น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $4.22 คาดสงครามทำอุปทานชะงักงันยืดเยื้อ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันอังคาร (24 มี.ค.) หลังจากอิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันจะยังคงยืดเยื้อ

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.22 ดอลลาร์ หรือ 4.79% ปิดที่ 92.35 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.55 ดอลลาร์ หรือ 4.55% ปิดที่ 104.49 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 มี.ค.) ว่า เขาจะเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน หลังจากสหรัฐฯ มีการหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน แต่ทางอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านที่ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้เช่นกัน

รายงานระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกเข้าใส่อิสราเอลในวันอังคาร โดยขีปนาวุธเหล่านี้สามารถทะลุผ่านระบบป้องกันขีปนาวุธหลายชั้นของอิสราเอลได้สำเร็จ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแผนที่จะส่งทหารอีกหลายพันนายจากกองพลร่มที่ 82 (82nd Airborne Division) ไปยังตะวันออกกลาง

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สงครามในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อและทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยขณะนี้สงครามได้ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด ด้านทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าภาวะชะงักงันด้านอุปทานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า อิหร่านได้แจ้งต่อประเทศสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ว่า เรือขนส่งสินค้าที่ไม่ได้มาจากประเทศที่เป็นศัตรูกับอิหร่าน สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการประสานงานกับทางการอิหร่าน

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวว่า หากได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯ และอิหร่าน ปากีสถานก็พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพเพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีชารีฟเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลกล่าวว่า ดูเหมือนว่าทรัมป์มีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน แต่มีความเป็นไปได้น้อยมากที่อิหร่านจะยอมรับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในการเจรจารอบใหม่ โดยท่าทีของอิหร่านแข็งกร้าวมากขึ้นนับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. และคาดว่าอิหร่านจะเรียกร้องข้อแลกเปลี่ยนที่มีนัยสำคัญจากฝ่ายสหรัฐฯ หากความพยายามในการไกล่เกลี่ยนำไปสู่การเจรจาอย่างจริงจัง

นักวิเคราะห์จาก Macquarie คาดการณ์ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. ราคาน้ำมันเบรนท์อาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะสูงกว่าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 147 ดอลลาร์ในปี 2551

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)