
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (25 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา เพื่อยุติสงครามอันยืดเยื้อซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 90.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 2.27 ดอลลาร์ หรือ 2.17% ปิดที่ 102.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอ 15 ข้อให้แก่อิหร่านผ่านทางปากีสถาน โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงคราม ซึ่งแผนดังกล่าวกำหนดให้อิหร่านระงับขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด และให้คำมั่นว่าจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ อิหร่านจะต้องหยุดการให้เงินทุนและติดอาวุธให้กับกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค และรับประกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงเปิดให้มีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ทางสหรัฐฯ เสนอว่าจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาโครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อพลเรือนในเมืองบูเชอร์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า อิหร่านยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซีย โดยแม้ว่าการตอบสนองในเบื้องต้นจะเป็นไปในเชิงลบ แต่นับจนถึงขณะนี้รัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยสิ้นเชิง
นักวิเคราะห์มองว่า แม้อิหร่านแสดงออกต่อสาธารณะในลักษณะบ่ายเบี่ยงที่จะเจรจากับรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ แต่การที่อิหร่านประวิงเวลาในการส่งคำตอบอย่างเป็นทางการให้กับปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางนั้น นับเป็นสัญญาณว่า บุคคลสำคัญบางคนในอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอทั้ง 15 ข้อของสหรัฐฯ
ทางด้านคณะผู้แทนของอิหร่านประจำองค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยว่า เรือที่ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านจะสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยต้องประสานงานกับหน่วยงานที่มีอำนาจของอิหร่าน
ความคืบหน้าเหล่านี้ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าสงครามอิหร่านอาจใกล้ยุติลง หลังจากที่สงครามอันยืดเยื้อได้ทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด โดยทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่า ภาวะชะงักงันด้านอุปทานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อุปทานน้ำมันดิบได้หายไปราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมแล้วประมาณ 500 ล้านบาร์เรล
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 6.9 ล้านบาร์เรลในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 มี.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.0 ล้านบาร์เรล
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





