แบงก์ชาติออสเตรเลียเตือนสงครามอิหร่านยืดเยื้อเสี่ยงทำศก.เสียหาย-เงินเฟ้อสูง

คริสโตเฟอร์ เคนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยในวันนี้ (26 มี.ค.) ว่า ยิ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อมากเท่าใด ความเสียหายทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของ RBA จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจะไม่ทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อหลุดจากกรอบ

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่นครซิดนีย์ เคนท์กล่าวว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ภาวะทางการเงินตึงตัวมากขึ้น และภาวะชะงักงันด้านอุปทานก็ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อเช่นกัน

ผู้ช่วยผู้ว่าการ RBA กล่าวว่า ไม่มีใครรู้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน ราคาพลังงานจะเป็นอย่างไรต่อไป และแรงกดดันด้านราคาเหล่านั้นจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อมากน้อยเพียงใด ซึ่งสถานการณ์นี้เรียกว่า ผลกระทบระลอกที่สอง

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ RBA ต้องการหลีกเลี่ยง คือการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ โดยคณะกรรมการ RBA ให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องเงินเฟ้อ

เมื่อผู้เข้าร่วมงานเสวนาถามว่า RBA เต็มใจที่จะให้ปล่อยให้เศรษฐกิจออสเตรเลียเข้าสู่ภาวะถดถอยเพื่อชะลอเงินเฟ้อหรือไม่ เคนท์กล่าวว่า นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของคณะกรรมการ RBA และเสริมว่า RBA ต้องการปกป้องตลาดแรงงานต่อไป ตราบใดที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลง

หลังการแสดงความเห็นของเคนท์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 3 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04% แตะระดับ 4.66% ขณะที่ตลาดได้เพิ่มน้ำหนักในการคาดการณ์ว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ค.ขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 70% จากเมื่อวานนี้ที่ให้น้ำหนักประมาณ 60%

ทั้งนี้ คณะกรรมการ RBA มีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.1% ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)