
ซาอีด คูเซชี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เรือพาณิชย์ของเกาหลีใต้ยังสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่ต้องมีการประสานงานล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่อิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ
คูเซชีแถลงต่อสื่อมวลชนวันนี้ (26 มี.ค.) ว่า ปัจจุบันมีเรือเกาหลีใต้ราว 26 ลำ พร้อมลูกเรือประมาณ 180 คน ติดค้างอยู่ในเส้นทางเดินเรือดังกล่าว หลังได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
ทูตอิหร่านย้ำว่า อิหร่านไม่ได้มองเกาหลีใต้เป็นประเทศคู่ขัดแย้ง โดยระบุว่า ตัวเรือไม่มีปัญหา แต่การจะเดินเรือต่อจำเป็นต้องมีการหารือและประสานงานล่วงหน้ากับกองทัพและรัฐบาลอิหร่าน
นอกจากนี้ คูเซซีกล่าวว่า อิหร่านได้ร้องขอรายละเอียดของเรือที่ติดค้างจากฝ่ายเกาหลีใต้ ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองประเทศเมื่อต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าคำขอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดการเจรจาเรื่องการอนุญาตให้เรือเดินทางผ่านหรือไม่
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ชี้แจงว่า คำขอดังกล่าวเป็นความร่วมมือด้านความปลอดภัยในกรณีเหตุฉุกเฉินเชิงมนุษยธรรมบนเรือ มิได้เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้เรือผ่านเส้นทาง
อย่างไรก็ดี คูเซซีเสริมว่า แม้อิหร่านจะไม่ถือว่าเกาหลีใต้เป็นฝ่ายตรงข้าม แต่การจำกัดกิจกรรมของเรือที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทสหรัฐฯ เป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ภายใต้กรอบการป้องกันตนเอง พร้อมย้ำว่า การจำกัดดังกล่าวเป็นสิทธิอธิปไตยของอิหร่านในการตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ โช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยเรียกร้องให้ลดระดับความตึงเครียด และรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงขอความร่วมมือในการดูแลลูกเรือเกาหลีใต้ที่ยังติดค้างอยู่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการหารือประเด็นการอนุญาตให้เรือเดินทางผ่านอย่างเป็นทางการ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มี.ค. 69)





