น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $4.16 หวั่นสงครามยืดเยื้อหลังอิหร่านเมินเจรจาสหรัฐฯ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ท่ามกลางวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะยืดเยื้อ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการยุติสงคราม

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.61% ปิดที่ 94.48 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5.79 ดอลลาร์ หรือ 5.66% ปิดที่ 108.01 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า ทำเนียบขาวได้ส่งแผน 15 ข้อให้กับอิหร่านผ่านทางปากีสถานเพื่อยุติสงคราม ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนข้อความหลายฉบับผ่านทางคนกลางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอิหร่านมีการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมกับกล่าวว่า อิหร่านไม่มีความตั้งใจที่จะจัดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งกำลังขยายวงกว้างในขณะนี้

ด้านปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านต้องทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตือนว่าการเข้าควบคุมน้ำมันของอิหร่านเป็นทางเลือกหนึ่ง นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์อ้างว่า อิหร่านได้เสนอที่จะปล่อยให้เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงที่ดีในการเจรจา แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกรายหนึ่งของอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า ข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติสงครามนั้น “ไม่เป็นธรรมและลำเอียง”

สื่อรายงานว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กำลังวางแผนส่งทหารพลร่มหลายพันนายไปยังอ่าวเปอร์เซียเพื่อให้ปธน.ทรัมป์มีทางเลือกมากขึ้นสำหรับการโจมตีภาคพื้นดิน โดยจะเป็นการสมทบกับหน่วยนาวิกโยธินสองกองร้อยที่กำลังเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนผู้นำกลุ่มฮูตีเปิดเผยกับสื่อว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่าน พร้อมที่จะโจมตีเส้นทางเดินเรือสำคัญในทะเลแดง เพื่อแสดงพลังร่วมกับอิหร่าน

นักวิเคราะห์จาก Matador Economics กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาจากฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่านมีความขัดแย้งและสร้างความสับสน ซึ่งทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยกว่าเพื่อรักษาเงินทุนไว้

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก MUFG กล่าวว่า การยกระดับทางทหาร รวมทั้งข่าวการส่งกำลังทหารเข้าประจำการและการโจมตีครั้งใหม่ ตลอดจนการเดินเรือบรรทุกน้ำมันที่จำกัดภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดของอิหร่าน ยังคงสร้างความตึงเครียดให้กับตลาดพลังงานโลก

สงครามที่ยืดเยื้อได้ทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเกือบทั้งหมด โดยทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่า ภาวะชะงักงันด้านอุปทานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 69)