ประธานศาลรธน. ชี้ “คดีบาร์โคดบัตรเลือกตั้ง” รอหลักฐานกกต.-ผู้ตรวจการฯ หากแจงไม่เคลียร์อาจเปิดไต่สวน

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดีบัตรเลือกตั้งว่า ต้องรอคำชี้แจงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย หลังจากที่ศาลฯ มีมติรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วเมื่อวันที่ 18 มี.ค. โดยให้เวลาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้ยื่นคำร้อง คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ทั้งสองฝ่ายต้องยื่นคำแถลง และบัญชีพยานและการได้มาซึ่งพยาน เพื่อให้ศาลได้เข้าถึงพยานเหล่านั้น แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดการไต่สวนหรือไม่

“เมื่อเราได้รับคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย ถ้าทั้งสองฝ่าย ส่งบัญชีพยานเป็นบุคคล ก็ต้องถามบุคคล ถ้าบุคคลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นที่เข้าใจหมดแล้ว ก็ไม่ต้องไต่สวน แต่ถ้าคำชี้แจงนั้นไม่เป็นที่เข้าใจ ตุลาการก็สามารถขอไต่สวนได้ ส่วนถ้าบัญชีพยานไม่ใช่บุคคล อาจจะเป็นเทปหรืออุปกรณ์ทางอื่นอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง อาจจะไต่สวน หรือไม่ไต่สวนก็ได้ จะต้องดูเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุ

สำหรับกรณีบัตรเลือกตั้งดังกล่าว จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า ยังตอบอะไรไม่ได้ จนกว่าจะได้เห็นหลักฐาน

“เอาหลักฐานเข้ามาที่ศาลฯ ดีกว่า ถ้าหลักฐานเข้ามาทั้งสองฝ่าย ทั้งทางผู้ตรวจการฯ ซึ่งก็อยากรู้เช่นกันว่าผู้ตรวจการจะยื่นใครมาเป็นพยาน เพราะมีผู้ร้องเข้ามาจำนวนมาก ผู้ตรวจการฯ อาจจะหนักใจ อาจจะอมทุกข์คนเดียวไม่ได้ นอกจากจะเอาความทุกข์มาที่ศาลฯ ก็อยากเห็นเหมือนกันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นมาทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้าไม่ยื่นก็จบ ส่วน กกต. ก็เช่นกัน ต้องดูว่าจะยื่นใครมาเป็นพยาน จึงต้องตัดสินใจว่าจะถึงขั้นนั้นหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน ศาลอาจจะเรียกพยานหลักฐานเพิ่มก็ได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ส่งเข้ามา เพราะตอนนี้ก็มีในใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังพูดไม่ได้ จนกว่าจะเห็นหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่จะยื่นเข้ามา” นายนครินทร์ กล่าว

ส่วนบัตรเลือกตั้ง จะเป็นความลับหรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า จะลับหรือไม่ลับ ก็อยู่ที่ข้อกฎหมาย ซึ่งเรายังไม่ได้คุยกัน เพราะคำว่า “ศาล” ไม่ใช่ความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นความเห็นของทั้ง 9 คนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้นหน้าที่ตามอำนาจของรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มอบหมายให้ทำ ทั้ง 9 คนมีดุลยพินิจเป็นอิสระ ดังนั้น หลังจากฟังข้อเท็จจริงแล้ว เชื่อว่าแต่ละคนมีดุลยพินิจในการวินิจฉัย ฉะนั้นบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ “คำวินิจฉัย” ก็เป็นคำวินิจฉัยส่วนตน

ส่วนกรณีที่ภาคประชาชนจัดการเลือกตั้งจำลอง เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือก ตั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนเสียงเลือกได้ จะถูกนำหลักฐานมาพิจารณาต่อศาลได้หรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ยังไม่เคยเข้ามาที่ศาลฯ ซึ่งศาลไม่เคยได้รับมาก่อน ข้อเท็จจริงที่อยู่นอกศาล ขอให้นำเข้ามาในศาล ให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการของศาล

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)