กรรมการ BOJ หนุนคุมเข้มนโยบายการเงิน รับมือราคาพลังงานพุ่งจากวิกฤตตอ.กลาง

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยแพร่รายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ของคณะกรรมการในการประชุมประจำเดือนมี.ค. ในวันนี้ (30 มี.ค.) โดยระบุว่า กรรมการหลายคนของ BOJ ระบุถึงความจำเป็นในการพิจารณาใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจเป็นตัวเร่งให้ราคาสินค้าพุ่งขึ้นและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย

รายงานระบุว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 18-19 มี.ค. กรรมการรายหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า “การคุมเข้มนโยบายการเงินอาจมีความจำเป็น หากแรงกดดันด้านต้นทุนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอันเนื่องมาจากเงินเยนที่อ่อนค่ามากเกินไป พร้อมกับเตือนว่า แรงกดดันดังกล่าวอาจทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่จะเติบโตช้าลง ทำให้เงินเฟ้อสูง และฉุดค่าจ้างที่แท้จริงลดลง ซึ่งหมายถึงญี่ปุ่นมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่กับเงินเฟ้อสูง หรือ ภาวะ Stagflation เหมือนกับที่เคยเผชิญในคริสตทศวรรษ 1970

ขณะที่กรรมการอีกรายหนึ่งได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาเร่งจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ราคาน้ำมันดิบก็พุ่งสูงขึ้น ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยในช่วงวิกฤติ ทำให้ตลาดคาดว่า BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปเดือนเม.ย. เพื่อรับมือแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

แม้กรรมการบางคนมองว่าราคาน้ำมันดิบที่สูงอาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่กรรมการหลายคนเรียกร้องให้ตอบสนองต่อราคาสินค้าที่สูงขึ้นด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยกรรมการคนหนึ่งระบุว่า หากภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจหรือแนวทางการกำหนดค่าจ้างของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางไม่ย่ำแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ BOJ ก็ควรต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายโดยไม่ลังเล

หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันที่ 19 มี.ค. คณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับประมาณ 0.75% เนื่องจาก BOJ ต้องการเวลาในการประเมินผลกระทบจากสงครามอิหร่านและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ด้าน คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันดังกล่าวว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง พร้อมกับกล่าวว่าราคาน้ำมันยังอาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้สูงขึ้น พร้อมกับย้ำว่า พัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็น “ประเด็นสำคัญ” ในการตัดสินใจเกี่ยวกับจังหวะเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ผู้ว่าการ BOJ ยังกล่าวด้วยว่า เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ทาง BOJ จึงจะติดตามผลกระทบที่มีต่อเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอาจทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)