
คิม จองกวาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ออกเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อีกครั้งในเช้าวันนี้ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐอเมริกาในเรื่องการจัดเก็บภาษีศุลกากร ท่ามกลางประเด็นทางการค้าทวิภาคีที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้
การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของรัฐมนตรีคิมในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยเกาหลีใต้กำลังถูกสหรัฐฯ กดดันอย่างหนักให้เร่งรัดการดำเนินงานตามข้อตกลงการลงทุนที่สองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ กระทรวงอุตสาหกรรมฯ ของเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศผลการสอบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการผลิตสินค้าเกินความต้องการ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ภายในสิ้นเดือนนี้
ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นภาษีศุลกากรระลอกใหม่กับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ ในอัตราตั้งแต่ 10% – 12.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการสอบสวนประเด็นการใช้แรงงานบังคับตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 ภายใต้มาตรการใหม่นี้ เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่ 12.5% เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและสวิตเซอร์แลนด์
นอกเหนือจากการสอบสวนเรื่องแรงงานบังคับแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนกำลังการผลิตส่วนเกินใน 16 ประเทศ ซึ่งรวมถึงเกาหลีใต้ด้วย โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายการค้าฉบับเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม คิมกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า ภาษีใดๆ ที่จะถูกเรียกเก็บจากการสอบสวนตามมาตรา 301 จะไม่เกินระดับ 15% เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงด้านภาษีที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้บรรลุร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้มียอดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า 1.229 แสนล้านดอลลาร์ และนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 7.34 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของเกาหลีใต้
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท





