
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ [LALIN] กล่าวว่า บริษัทสามารถสร้างยอดขายในช่วงไตรมาส 1/69 ที่ 1.4-1.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 35% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีนี้ที่ 4.2 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายในช่วงงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มี.ค. ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจในการซื้อบ้านพร้อมอยู่ของบริษัทมาก และปัจจุบันบริษัทมีสินค้าพร้อมขายที่สามารถรองรับการขายในช่วง 3 เดือนจากนี้ได้ ทำให้ยังมีโอกาสในการสร้างยอดขายจากโครงการที่พร้อมอยู่ได้ต่อเนื่อง
ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 1/69 ยังเป็นไปอย่างช้าๆ โดยยอดขายในไตรมาสแรกลดลงจากอดีต เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และในช่วงปลายเดือนก.พ.ยังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยอาจจะมีการชะลอตัวไปบ้าง แต่บริษัทก็ยังคงหาแนวทางและกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างแรงกระตุ้นในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
บริษัทเปิดตัวโครงการแรกของปี 69 คือ โครงการ ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ มูลค่า 1.2 พันล้านบาท เป็นโครงการแนวราบรวม 305 ยูนิต บนพื้นที่ 34 ไร่ ราคาเฉลี่ยที่ราว 3 ล้านบาท/ยูนิต ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวมียอดจองแล้วประมาณ 30-40 ยูนิต คิดเป็นยอดขาย 80-90 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องในปีนี้
สำหรับโซนบางนา-เทพารักษ์ เป็นทำเลที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการและมูลค่าของที่อยู่อาศัยในอนาคต ขณะที่ปัจจัยกดดันในเรื่องของต้นทุนที่มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นนั้น บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ชัดเจน แต่ปัจจุบันบริษัทได้มีการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง โดยการล็อกราคาวัสดุบางส่วน และมีสต็อกที่เป็นต้นทุนเดิม รองรับการขายในช่วง 3 เดือนจากนี้
ขณะเดียวกันบริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นให้ไม่ต่ำกว่า 35% โดยการแข่งขันด้านราคาในกลุ่มตลาดแนวราบในปัจจุบันยังไม่สูงเท่าตลาดคอนโดมิเนียม เพราะกลุ่มลูกค้าของบ้านแนวราบจะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ทำให้การแข่งขันด้านราคามีน้อยในกลุ่มโคบงการแนวราบ ม่งผลให้บริษัทยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับที่ดีต่อเนื่อง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)





