
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 30 มี.ค. 69 – 3 เม.ย. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 6-10 เม.ย. 69 โดยสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่อเค้าทวีความรุนแรง
ราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ (หน่วย: ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล)
- น้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent): 105.45 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 0.92
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสฯ (NYMEX WTI): 92.98 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 3.10
- น้ำมันดิบดูไบ (Dubai): 140.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 17.52
- น้ำมันสำเร็จรูป/เบนซินออกเทน 95: 143.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 13.67
- น้ำมันสำเร็จรูป/ดีเซล: 224.57 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 17.46
ปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาด
- เรือ USS Tripoli พร้อมด้วยทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ จำนวน 3,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 โดนกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณายกระดับสงครามต่ออิหร่าน สร้างความกังวลว่าสหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินต่ออิหร่าน นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ เผยว่ากองกำลังสหรัฐฯ อาจเข้ายึดเกาะ Kharg ซึ่งเป็นเกาะที่อิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันมากกว่า 90% ของการส่งออกทั้งหมด และต้องการควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน
- วันที่ 28 มีนาคม 2569 กลุ่ม Houthi ในเยเมนประกาศเข้าร่วมสงครามในตะวันออกกลาง ด้วยการใช้ขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล และจะโจมตีต่อไปจนกว่าการโจมตีอิหร่านและเลบานอนจะยุติลง พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าอาจโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ Bab El-Mandeb ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- Bloomberg รายงานซาอุดีอาระเบีย Saudi Aramco ส่งน้ำมันดิบผ่านท่อ East-West เต็มกำลังที่ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันดิบสำหรับส่งออกที่ท่า Yanbu ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และน้ำมันดิบสำหรับป้อนโรงกลั่นในประเทศ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบในเดือน กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 6.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Cooperation and Development: OECD) คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก (GDP) ในปี 2569 จะเติบโต 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชะลอลงจากปี 2568 ซึ่งเติบโต 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และเตือนว่าหากสงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)





