
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะไม่อนุญาตให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharge) จากการชำระหนี้ด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิตตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้แนวทางของออสเตรเลียมีความสอดคล้องกับบรรดาประเทศคู่ค้าในยุโรปและสหราชอาณาจักร แต่ก็คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของธนาคารพาณิชย์
แถลงการณ์ของ RBA ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (31 มี.ค.) ยังระบุด้วยว่า จะมีการลดเพดานค่าธรรมเนียมระหว่างธนาคาร (Interchange Fee) ที่ร้านค้าต้องจ่ายให้แก่ธนาคารด้วยเช่นกัน พร้อมระบุว่า การยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจะช่วยให้การชำระเงินผ่านบัตรง่ายขึ้น มีความโปร่งใสมากขึ้น และเพิ่มการแข่งขันในกลุ่มผู้ให้บริการระบบชำระเงิน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ต้องการให้ต้นทุนการชำระเงินถูกรวมอยู่ในราคาสินค้าที่แสดงไว้แล้ว
RBA ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนการเริ่มใช้เพดานค่าธรรมเนียมระหว่างธนาคารสำหรับบัตรต่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงบางประการเกี่ยวกับความโปร่งใสของต้นทุนการชำระเงินนั้น จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงวันที่ 1 เม.ย. 2570
ทั้งนี้ RBA ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า มาตรการนี้จะช่วยประหยัดเงินให้ผู้บริโภคได้ประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (822 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี
อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมบนเครือข่ายบัตร Eftpos, Mastercard และ Visa
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการโต้เถียงที่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย รวมถึงกระบวนการตรวจสอบค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่กินเวลานานหลายเดือน นอกจากนี้ จะทำให้แนวทางของออสเตรเลียมีความสอดคล้องกับยุโรป แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ในการบังคับใช้คำสั่งห้ามเก็บค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตเพิ่มเติม โดย สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปมีกฎระเบียบที่สั่งห้ามการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับบัตรเครดิตอยู่ก่อนแล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)





