
ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันเบรนท์ (Brent) ต่างพุ่งขึ้น 1.5% ในช่วงเช้าวันนี้ (1 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนประเมินความยืดเยื้อของสงครามอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านอาจยุติลงภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า กองกำลังสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง และช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดเกือบจะเต็มรูปแบบ
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 1.5% แตะระดับ 105.56 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ และสัญญาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 1.5% แตะที่ระดับ 102.92 ดอลลาร์/บาร์รเล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ว่า เขาคาดว่า กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ขณะที่ทำเนียบขาวประกาศว่า ทรัมป์จะแถลงต่อประชาชนเพื่อให้ข้อมูลอัปเดตที่สำคัญเกี่ยวกับอิหร่าน ในเวลา 21.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ วันนี้ ซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น. ตามเวลาไทยในวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.)
นักวิเคราะห์มองว่า แม้สงครามจะยุติลงภายในกรอบเวลาของทรัมป์ แต่การที่น้ำมันจะกลับมาไหลเวียนตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้นต้องใช้เวลา และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบางแห่งได้รับความเสียหายระหว่างที่เกิดความขัดแย้ง นอกจากนี้ มีรายงานว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีลำที่ 3 ของสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ตลาดมีความระมัดระวังและจับตาความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านทางภาคพื้นดิน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดอย่างเต็มรูปแบบ ช่วงที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าช้อนซื้อมากกว่าที่จะเทขาย และแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง แต่ต้นทุนการขนส่ง ประกันภัย และการเคลื่อนตัวของเรือบรรทุกน้ำมันก็ต้องใช้เวลากว่าที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 69)





