UNIX ปิดเทรดวันแรก 1.94 บาท ยืนเหนือจอง 2.65%

UNIX ปิดเทรดวันแรกที่ 1.94 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ +2.65% จากราคา IPO ที่ 1.89 บาท มูลค่าซื้อขาย 775.57 ล้านบาท จากราคาเปิด 2.14 บาท ราคาสูงสุด 2.32 บาท ราคาต่ำสุด 1.92 บาท

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์หุ้น บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี [UNIX] การประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วย PER ย้อนหลัง 2 ปี ของคู่แข่งในตลาดที่ 9.1x เท่า มองว่ามูลค่าเหมาะสมสำหรับ FY26F ของบริษัท ณ ราคา IPO มี Upside

UNIX ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีความชำนาญและประสบการณ์มากกว่า 30 ปี โดยบริษัทสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและตลาดด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน อาทิ การนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ (State of the Art) การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development) รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสามารถนำเสนอแนวทางการบริหารต้นทุนให้กับลูกค้า ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อทดแทน (Value Engineering)

สัดส่วนรายได้แบ่งออกเป็น (1) ฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Film for Flexible Packaging) ลูกค้าที่สั่งซื้อฟิล์มชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจด้านอุปโภคและบริโภค กลุ่มลูกค้าที่ใช้สินค้าของบริษัทล้วนเป็นผู้ผลิตหรือจำหน่ายชั้นนำทั้งของประเทศไทยและระดับสากล (2) ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก (Film and Packaging for Heavy Duty Sack) ลูกค้าที่สั่งซื้อฟิล์มชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจประเภทปิโตรเคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติกของผู้ผลิตชั้นนำของประเทศไทย และ (3) ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป (Film and Packaging for Industrial) ลูกค้าที่สั่งซื้อฟิล์มชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมทั่วไป อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัว

แนวโน้มอุตสาหกรรมพลาสติก ปี 2568-2570 สำหรับประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะทยอยเพิ่มขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 ในปี 2570 รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายทาง อาทิ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ ก่อสร้าง และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันเกือบร้อยละ 80 ของความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด ตลอดจนนโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของภาครัฐจะมีส่วนสนับสนุนความต้องการใช้พลาสติกในห่วงโซ่อุปทาน วิจัยกรุงศรีคาดว่าความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2 – 3 ต่อปี ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (IMF คาดเศรษฐกิจโลกจะเติบโตในช่วงร้อยละ 3 – 3.5 ต่อปี) ขณะที่ทางการจีนมีแผนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ทำให้คาดว่าการบริโภคของจีนจะปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19 ที่เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.7 ในช่วงปี 2553 – 2562 และการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกในภูมิภาคเอเชียทำให้มีอุปทานส่วนเกินเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น จะเป็นแรงกดดันให้ราคาเม็ดพลาสติกโดยรวมเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก

สงครามระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่นำไปสู่การตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรงทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญ รวมถึงความเสี่ยงจากการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยในส่วนของประเทศไทยเองซึ่งมีการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงร้อยละ 70 โดยเฉพาะน้ำมันดิบประมาณร้อยละ 60 ที่นำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น สืบเนื่องจากผลสงครามบริษัทและบริษัทย่อยมีการพึ่งพิงวัตถุดิบเม็ดพลาสติกทั้งประเภท PP HDPE LDPE และ LLDPE รวมเม็ดพลาสติกชนิดอื่นๆ ในสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 80 ของยอดการสั่งซื้อวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตรวมในแต่ละปี บริษัทและบริษัทย่อยได้ตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว บริษัทได้ยกระดับการเฝ้าระวังและประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยบริษัทได้จัดตั้ง War Room เป็นการเฉพาะกิจเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เรามองว่าความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทในระยะสั้น โดยอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์อาจได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยหากมีอุปสงค์ตามการคาดการณ์ บริษัทและบริษัทย่อยจะสามารถรักษาระดับการผลิตได้ตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้นจากภาวะปกติค่อนข้างมาก และหากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามยืดเยื้อและยาวนานกว่า 3 เดือน บริษัทและบริษัทย่อยจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติกและปัจจัยการผลิตอื่นๆ อย่างไรก็ตาม UNIX จะมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีสะท้อนจากผลการดำเนินงานสถิติย้อนหลังที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2566

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 69)