เศรษฐกิจเยอรมนีปี 69 แนวโน้มโตเพียง 0.6% คาดถูกกระทบหนักจากวิกฤตพลังงาน

สถาบันเศรษฐกิจชั้นนำ 5 แห่งของเยอรมนี ซึ่งรวมถึง Ifo ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในปี 2569 ลงเหลือเพียง 0.6% เนื่องจากวิกฤตราคาพลังงานซึ่งมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของเยอรมนีซึ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป

ตัวเลขคาดการณ์ที่มีการเผยแพร่ในวันพุธ (1 เม.ย.) ลดลงอย่างมากจากรายงานร่วมซึ่งมีการเผยแพร่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ซึ่งสถาบันเหล่านี้ได้คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในปี 2569 เอาไว้ที่ 1.3% และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 0.9% ในปี 2570 ซึ่งลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.4%

รายงานล่าสุดระบุว่า หลังจากเผชิญกับภาวะชะลอตัวมานานหลายปี เศรษฐกิจของเยอรมนีได้เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวตามวัฏจักรในปี 2568 โดยภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจโดยรวมค่อย ๆ ลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกยังคงเผชิญกับศักยภาพด้านการแข่งขันที่ถดถอยลง ตลอดจนแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นเป็นเวลานาน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สถาบันทั้ง 5 แห่งระบุว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงจะเป็นปัจจัยหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสนับสนุนการฟื้นตัวภายในประเทศ แต่ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ กำลังขัดขวางแรงส่งทางเศรษฐกิจเหล่านั้น

ทั้งนี้ สถาบันดังกล่าวคาดการณ์ว่า วิกฤตราคาพลังงานจะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีพุ่งขึ้นแตะระดับ 2.9% ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่วนในปี 2569 และ 2560 นั้น คาดว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีจะแตะระดับ 2.8% และ 2.9% ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2% และ 2.3% ตามลำดับ

“วิกฤตราคาพลังงานกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการฟื้นตัว” ตีโม โวลเมอร์สฮอยเซอร์ หัวหน้าฝ่ายการคาดการณ์ของสถาบัน ifo กล่าว อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า นโยบายการคลังแบบขยายตัวกำลังช่วยรองรับไม่ให้เศรษฐกิจเยอรมนีเผชิญภาวะขาลง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 69)