คนกรุงเหงื่อตก!! ค่าดัชนีความร้อนเข้าขั้น “อันตราย” เตือนกลุ่มเสี่ยงสังเกตอาการตัวเอง

กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักสิ่งแวดล้อม เปิดเผยค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (7 เม.ย.) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”

โดยผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน คือ ผลกระทบที่เกิดจากการรับสัมผัสอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น เกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้ อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น อ่อนเพลีย วิงเวียนศรีษะ ผื่น บวมแดง ตะคริว และโรคลมร้อน (Heat stroke)

ทั้งนี้ ดัชนีความร้อน (Heat Index) หมายถึง อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น (Feel like) ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เหมาะสำหรับบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าการใช้ค่าอุณหภูมิสูงสุด

สำหรับค่าดัชนีความร้อน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

  • ดัชนีความร้อน 27.0 – 32.9 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ “เฝ้าระวัง” ควรติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน กลุ่มเสี่ยง ควรดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ
  • ดัชนีความร้อน 33.0 – 41.9 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ “เตือนภัย” ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วง11.00 – 15.00 น. กลุ่มเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์
  • ดัชนีความร้อน 42.0 – 51.9 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ “อันตราย” ควรสังเกตอาการตนเอง กลุ่มเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์
  • ดัชนีความร้อน เกินกว่า 52 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับ “อันตรายมาก” ควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่

  • เด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี)
  • ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วย หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะอ้วน
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง และนักท่องเที่ยว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)