
เมื่อเวลา 10.30 น. PTTEP บวก 1.91% เพิ่มขึ้น 3.00 บาท มาที่ 160.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 998.37 ล้านบาท จากราคาเปิด 159.50 บาท ราคาสูงสุด 160.50 บาท และราคาต่ำสุด 158.50 บาท
บล.ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่า ตลาดยังคงเก็งกำไรตามราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นและทรงตัวในระดับสูงได้ แม้ว่าผลการดำเนินงานของบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม [PTTEP] ในไตรมาส 1/69 คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพราะไม่มีรายการพิเศษเข้ามา แต่กำไรปกติยังเห็นการเติบโตในระดับที่สูงราว 56% จากไตรมาสก่อนหน้า ผลมาจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และปริมาณการขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปริมาณการขายก๊าซที่เร่งตัวขึ้นจากการเร่งการผลิตก๊าซในอ่าวทดแทนการนำเข้าจากปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
โดยที่ราคาขายก๊าซและน้ำมันต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงทั้งคู่ แต่ว่าปัจจัยทางด้านราคาคาดว่าจะเห็นผลที่เป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 เข้ามาเต็มที่มากขึ้น โดยที่กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ซื้อขายเล่นรอบตามแนวโน้มทิศทางราคาน้ำมัน
ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด แนะนำ “BUY” หุ้น PTTEP ราคาเป้าหมาย 164 บาท/หุ้น แม้คาดผลประกอบการ Q1/69 จะมีกำไรสุทธิราว 8.3 พันล้านบาท (-53%QoQ, -50%YoY) ลดลง QoQ จากการบันทึก Oil Hedging Loss ก้อนใหญ่เพราะความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ แต่กำไรปกติดีขึ้นจากปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยปรับตัวเพิ่ม สวนทางต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลง
โดยรายการ Non-Recurring ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้แก่การบันทึกผลขาดทุนจาก Oil Hedging ราว 253 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้หากไม่นับรวมรายการดังกล่าว คาดกำไรปกติอยู่ที่ 1.66 หมื่นล้านบาท (+28%QoQ, flat YoY)
ในไตรมาสนี้คาด 1) ปริมาณขายเฉลี่ยอยู่ที่ 548 KBOED (+2%QoQ, +13%YoY) เพิ่มขึ้นจากการเรียกรับก๊าซฯ เพิ่มขึ้นของโครงการในอ่าวไทย ขณะที่ปริมาณขายจากโครงการในแอฟริกาลดลงตามจำนวน Load การขายน้ำมัน 2) ราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ย (ASP) อยู่ที่ US$45.7/BOE (+7%QoQ, flat YoY) แม้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงปรับตัวเพิ่มขึ้นมากแต่ราคาขาย Liquid มี discount ราว US$11-12/BOE ส่วนราคาขายก๊าซฯ เฉลี่ยอยู่ที่ US$5.9/MMBTU (+2%QoQ, -1%YoY) เนื่องจากมี lag time ของการปรับขึ้น 3) ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย Unit Cost อยู่ที่ US$29.9/BOE (-7%QoQ, -3%YoY) จากค่าใช้จ่ายในการสำรวจ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง ส่วน Effective tax rate คาดอยู่ที่ 42-43% ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนอยู่ที่ราว 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากโครงการ SK408 ที่รับรู้เต็มไตรมาส
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น-กลาง มีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีเปิดฉากโจมตีอิหร่าน นำไปสู่การโจมตีตอบโต้บรรดาประเทศอาหรับที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ โครงสร้างทางด้านพลังงานในภูมิภาคเกิดความเสียหาย นอกจากนี้อิหร่านยังประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการขนส่งพลังงานโลกทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ค่าพรีเมียมความเสี่ยงในราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของ PTTEP บริษัทยังคงคาดการณ์ปริมาณขายปิโตรเลียมในปี 69 ที่ 560 KBOED +10%YoY ขณะที่เราปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 69-70 ขึ้นจาก US$66-68/bbl เป็น US$85-75/bbl และปรับราคาขายก๊าซฯ เฉลี่ยปี 69 จากUS$5.7/MMBTU เป็น US$5.95/MMBTU ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 69-70 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7.57 หมื่นล้านบาท +26%YoY และ 7.65 หมื่นล้านบาท +1%YoY ส่วนระยะสั้น 2Q69 คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวจากรายการพิเศษลดลง
ภายใต้ประมาณการใหม่เราประเมินราคาเหมาะสมในปี 69 อิงวิธี DCF ที่ 164.00 บาท แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” แนวโน้มกำไรปกติแข็งแกร่งตามราคาน้ำมันดิบและก๊าซฯ สนับสนุนด้วยฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่เข้มแข็ง ทำให้สามารถคาดหวังต่ออัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)





