
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเตือนในวันจันทร์ (6 เม.ย.) ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วและเสี่ยงที่จะบานปลายเกินควบคุม อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังเชื่อว่า การหาทางออกด้วยวิธีการทางการทูตยังคงมีอยู่
แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของกระทรวงฯ ระบุว่า รัสเซียมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งรวมถึง โรงงานนิวเคลียร์ และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตจำนวนมาก
แถลงการณ์ระบุว่า รัสเซียมีความวิตกกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับความถี่ในการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ส่งผลให้พนักงานเสียชีวิตหลายราย รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติทางกัมมันตภาพรังสีในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอาจมีความรุนแรงยิ่งกว่าอุบัติเหตุนิวเคลียร์เชอร์โนบิล
“เราขอเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในทันที และเราขอบคุณทุกความพยายามของประเทศต่าง ๆ รวมถึง ปากีสถาน ตุรกี และจีน ในการลดความตึงเครียดรอบอิหร่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเริ่มการเจรจาเพื่อสร้างเสถียรภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงในตะวันออกกลาง” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ ทางการรัสเซียยังคงเชื่อว่า การหาทางออกทางการทูตยังคงเป็นไปได้ แต่เพื่อไม่ให้โอกาสดังกล่าวต้องสูญเสียไป คู่ขัดแย้งต้องยุติการข่มขู่ การยื่นคำขาด และการกระทำใด ๆ ที่จะส่งผลให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)





