
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กองกษาปณ์ เร่งกลับไปพิจารณาเรื่องต้นทุนในการผลิตเหรียญหมุนเวียน หลังจากแนวโน้มราคาต้นทุนการผลิตเหรียญปรับสูงขึ้น อาทิ โลหะ อะลูมิเนียม ทองแดง โดยเบื้องต้น คาดว่าปัจจัยต้นทุนดังกล่าวจะเริ่มส่งผลกระทบกับการผลิตเหรียญหมุนเวียนในอีก 1-2 ปีหน้า แต่ขณะนี้กรมฯ ยังมีสต็อกเหรียญเปล่าสำหรับใช้ผลิตเหรียญหมุนเวียนในราคา 1-2-5-10 บาทอยู่
ทั้งนี้ ยืนยันว่าต้นทุนการผลิตเหรียญ 5 บาท และ 10 บาท ยังอยู่ระดับต่ำกว่าราคาหน้าเหรียญเกือบ 50% ดังนั้นกรมฯ จังยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตเหรียญที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้เหรียญ โดยเฉพาะราคา 5 และ 10 บาท ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากยังมีความต้องการใช้จากตลาดสด และตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ ที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้จำนวนการผลิตเหรียญในราคาดังกล่าว มีการปรับเพิ่มสูงขึ้น
โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตเหรียญ ราคา 1 บาท อยู่ที่ 600-620 ล้านเหรียญต่อปี, เหรียญราคา 5 บาท อยู่ที่ 100-200 ล้านเหรียญต่อปี และเหรียญราคา 10 บาท ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านเหรียญต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านเหรียญต่อปี
“ปกติ กองกษาปณ์จะมีการวางแผนเรื่องการผลิตเหรียญในกรอบ 5 ปี และจะมีการทบทวนทุก ๆ ปี แต่จากสถานการณ์ราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น กรมฯ ได้สั่งการให้ลองไปพิจารณาในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ยืนยันได้ว่าเรายังไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนหนึ่งเพราะเรามีสต็อกเหรียญเปล่าอยู่จำนวนหนึ่ง” อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว
พร้อมระบุว่า แนวทางในการบริหารต้นทุนต่อจากนี้ ส่วนหนึ่งก็อาจใช้การจ้างผลิต ซึ่งจะช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า โดยยอมรับว่าในอนาคตมีแนวโน้มจะลดการผลิตเหรียญหมุนเวียนลง เนื่องจากความต้องการใช้ที่อาจจะลดลงในระยะต่อไป เนื่องจากคนหันไปใช้การสแกนจ่ายเงิน หรือโอนเงินผ่านแอปฯ ของธนาคารเพิ่มมากขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)





