ค่าจ้างที่แท้จริงในญี่ปุ่นเดือนก.พ. เพิ่ม 1.9% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

สำนักข่าวเกียวโดรายงานข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลญี่ปุ่นในวันนี้ (8 เม.ย.) เผยให้เห็นว่า ค่าจ้างที่แท้จริง (ค่าจ้างหลังปรับอัตราเงินเฟ้อ) ของแรงงานในญี่ปุ่นในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากการเติบโตของค่าจ้างแซงหน้าการชะลอตัวของราคาสินค้า

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น รายงานว่า ค่าจ้างในรูปตัวเงิน (Nominal wages) หรือรายได้เงินสดเฉลี่ยต่อเดือนต่อพนักงานหนึ่งคน (รวมค่าจ้างพื้นฐานและค่าล่วงเวลา) เพิ่มขึ้น 3.3% มาอยู่ที่ 298,341 เยน (1,900 ดอลลาร์) นับเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 50

สำหรับราคาผู้บริโภคในเดือนดังกล่าว ปรับตัวขึ้น 1.4% ชะลอตัวลงจากระดับเฉลี่ย 3.7% ในปี 2568 ซึ่งช่วยหนุนค่าจ้างที่แท้จริง อันเป็นดัชนีชี้วัดอำนาจซื้อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่า “แนวโน้มของค่าจ้างที่แท้จริงยังคงมีความไม่แน่นอน” เนื่องจากคาดว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน (หากผลกระทบนั้นมีจริง) จะสะท้อนให้เห็นในข้อมูลของเดือนมี.ค.

ทั้งนี้ ค่าจ้างที่แท้จริงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่น

ขณะนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของค่าจ้างและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต หลังเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธ.ค. สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538

ในช่วงการเจรจาค่าจ้างปี 2569 บริษัทรายใหญ่ของญี่ปุ่นหลายแห่งเสนอปรับขึ้นค่าจ้างตามข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานอย่างเต็มรูปแบบ แม้ต้องเผชิญสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอันยากลำบากตามคาด เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มถูกกระตุ้นจากราคาน้ำมันขาขึ้น

ทั้งนี้ ตามข้อมูลเบื้องต้นล่าสุดของสมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (Rengo) กลุ่มสหภาพแรงงานใหญ่สุดของประเทศ ระบุว่า การปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 5.09% ในการเจรจาปีนี้ หลังทะลุระดับ 5% ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เมื่อปีก่อน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)