
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรอบเวลาการประชุมร่วมรัฐสภาในการพิจารณาคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า การพิจารณาคาดว่าจะสิ้นสุดในเวลา 23:00 น. ของวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งพรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายไว้ 20 กว่าคน จะแบ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจ และวิกฤตปัญหาด้านอื่น ๆ ซึ่งจะครอบคลุมในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตน้ำมันและวิกฤตฝุ่น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งแบบเจาะจง
ตอนนี้ที่มองเห็นอยู่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ที่รัฐบาลถูกตั้งคำถามในการแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมาไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างกรณีวิกฤตพลังงานวิกฤตน้ำมันที่เราเห็นกันอยู่ว่าประชาชนตั้งคำถาม ว่า ตกลงแล้วรัฐบาลได้พูดหรือสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการอภิปรายเรื่องการเมืองอยู่แล้ว และไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็จะต้องทำตามเจตจำนงของประชาชนที่ประชาชนได้ออกเสียงประชามติไว้แล้วในการผ่านประชามติครั้งแรกเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นแม้จะอยู่หรือไม่อยู่ในคำแถลงนโยบายก็เป็นภารกิจของรัฐบาลที่ต้องทำตามฉันทามติของประชาชน
ส่วนกรณีคดี 44 สส. ก้าวไกล ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมส่งสำนวนวันที่ 9 เม.ย.นี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา บางคดีก็ช้าผิดปกติบางคดีก็เร็วผิดปกติ อยู่ที่ว่าคนที่โดนดำเนินคดีอยู่ขั้วการเมืองไหน
“ที่อยากฝากไว้และไม่อยากเห็นคือจุดเริ่มต้นของรัฐบาลในวันที่แถลงนโยบาย ของรัฐบาลต่อรัฐสภาจะกลายเป็นเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างทางการเมือง ทำให้ประชาชนยิ่งตั้งคำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลชุดนี้ จะเรียกว่ารวบอำนาจแทบทั้งหมด ทั้งสภาบนทั้งสภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระที่มีคนตั้งคำถาม จะใช้อำนาจที่ไม่ชอบหรือไม่ แล้วตกลงว่ากลไกการตรวจสอบถ่วงดุลจะทำให้รัฐบาลถูกตรวจสอบถ่วงดุลจากสภาได้อย่างเต็มที่จริงหรือไม่ “ นายณัฐพงษ์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)





