IATA เตือนเชื้อเพลิงเครื่องบินอาจตึงตัวอีกหลายเดือน หลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เปิดเผยในวันนี้ (8 เม.ย.) ว่า แม้อิหร่านจะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่การฟื้นตัวของอุปทานเชื้อเพลิงเครื่องบินอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เนื่องจากกำลังการกลั่นในตะวันออกกลางยังคงหยุดชะงัก

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยและในทันที ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของการค้าน้ำมันทั่วโลก

วอลช์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในสิงคโปร์ว่า แม้เขาคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลง แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงเครื่องบินมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูงเล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโรงกลั่นน้ำมัน พร้อมกับกล่าวว่า แม้มีการเปิดช่องแคบอีกครั้งและยังคงเปิดอยู่ แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่อุปทานจะกลับไปสู่ระดับที่ควรจะเป็น เนื่องจากการหยุดชะงักของกำลังการกลั่นในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่ออุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลก ไม่ใช่แค่เฉพาะเชื้อเพลิงเครื่องบินเท่านั้น แต่รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย

นับจนถึงขณะนี้ ประเทศที่มีรายได้ต่ำและต้องพึ่งพาการนำเข้า เช่น เวียดนาม เมียนมา และปากีสถาน ต่างก็ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด หลังจากที่จีนและไทยสั่งระงับการส่งออกเชื้อเพลิงเครื่องบิน ขณะที่เกาหลีใต้ได้จำกัดการส่งออกไว้ที่ระดับของปีที่แล้ว

วอลช์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากน้ำมันดิบเริ่มกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง ทั้งจีนและเกาหลีใต้ก็จะกลับมาเริ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอีกครั้ง แต่ก็อาจต้องใช้เวลาเล็กน้อย นอกจากนี้ วอลช์มองว่า ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ (Crack Spread) ที่อยู่ในระดับสูงขณะนี้ จะเป็นแรงจูงใจให้โรงกลั่นต่าง ๆ เพิ่มการผลิตเชื้อเพลิงเครื่องบิน

ทั้งนี้ สายการบินต่าง ๆ ทั่วเอเชียพากันปรับลดเที่ยวบิน บรรทุกน้ำมันสำรองเพิ่มจากสนามบินต้นทาง และเพิ่มจุดแวะเติมน้ำมัน เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้อุปทานเชื้อเพลิงเครื่องบินอยู่ในภาวะตึงตัว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมการบินที่ได้รับผลกระทบอยู่ก่อนแล้วจากราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งขึ้นถึงสองเท่า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)