รายงานประชุมชี้ กรรมการเฟดหนุนขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. รับมือเงินเฟ้อพุ่งจากภาวะสงคราม

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 17-18 มี.ค. โดยระบุว่า มีกรรมการเฟดจำนวนมากขึ้นที่มองว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของเฟด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันที่ 18 มี.ค. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติด้วยคะแนนเสียง 11 ต่อ 1 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% โดยกรรมการที่โหวตสวนมติดังกล่าวคือ สตีเฟน มิแรน ซึ่งสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนั้น

รายงานการประชุมดังกล่าวซึ่งมีการเผยแพร่ในวันพุธ (8 เม.ย.) ระบุว่า หลังจากสงครามอิหร่านได้ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. กรรมการเฟดหลายรายชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะที่กรรมการรายอื่น ๆ ระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับการคาดการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และความเสี่ยงที่เงินเฟ้อทั่วไปที่สูงขึ้นจะส่งผลให้แนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า หากราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังคงดำเนินต่อไป ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอาจจะถูกส่งผ่านไปยังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานได้มากขึ้น โดยกรรมการเฟดบางรายเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ว่า หลังจากเงินเฟ้ออยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายมาเป็นเวลาหลายปี การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาวก็อาจมีความอ่อนไหวมากขึ้นต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้นด้วย

นอกจากนี้ กรรมการเฟดยังตั้งข้อสังเกตว่าความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อของคณะกรรมการเฟดที่ระดับ 2% อาจช้ากว่าที่เคยคาดไว้ และประเมินว่าความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงเกินเป้าหมายของคณะกรรมการเฟดอย่างต่อเนื่องนั้น มีเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นั้น แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า ผลกระทบของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ส่วนในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 1 ครั้งในปี 2569 และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% จำนวน 1 ครั้งในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 3.1% โดยการส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2569 และ 2570 ไม่แตกต่างจากการส่งสัญญาณในการประชุมเดือนธ.ค. 2568

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 69)