
นายวสันต์ เทียนหอม กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ [BAM] กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา BAM มีบทบาทดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยผ่านการบริหารสินทรัพย์รอการขาย (NPA) มุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เคยทิ้งร้างหรือหยุดนิ่งให้กลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หลักการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR in Process) ผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงานหลักขององค์กร
BAM มองว่า NPA เป็น “ทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่มีศักยภาพในการต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แต่การพัฒนาจะเกิดคุณค่าได้อย่างแท้จริง ต้องตังอยู่บนความเข้าใจของบริบทพื้นที่ประวัติศาสตร์และผู้คน จึงเป็นที่มาของโครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับการพัฒนา NPA ให้ก้าวไปไกลกว่าการบริหารสินทรัพย์ทั่วไป สู่การสร้างคุณค่าร่วมที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ผสานความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมจากสถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์คุณค่าของพื้นที่และการใช้งานในปัจจุบันรวมถึงอนาคตได้อย่างเหมาะสม
“โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ จะกลายเป็นอีกหนึ่ง โมเดลของ BAM ในการสร้างมูลค่าของสินทรัพย์ รอการขายที่ตอบโจทย์ทั้ง ด้านสังคมและด้านธุรกิจแบบยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาสินทรัพย์รอการขายที่จะนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพ” นายวสันต์ กล่าว
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า โครงการทรัพย์แผ่นดินภายใต้วิสัยทัศน์ “พลิกฟื้น สินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้นจากการพัฒนา “‘บ้านพระพิทักษ์” บ้านไม้สองชั้นเก่าแก่อายุ 88 ปี บนเนื้อที่ 135.1 ตารางวา มูลค่ากว่า 36.78 ล้านบาท ให้กลายเป็นโมเดลต้นแบบของการนำ NPA มาคืนชีวิตและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เพื่อมอบโอกาสใหม่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของ BAM ในการยกระดับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้เป็นเครื่องมือแห่งการสร้างมูลค่าใหม่ที่เชื่อมโยงทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย
โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ “บ้านพระพิทักษ์” และย่านเมืองเก่าตรอกตึกดิน ตอกย้ำกลยุทธ์ CSR in Process ที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอนการพัฒนาขององค์กร และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG มุ่งตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ต่อชุมชนเป็นสำคัญ ด้วยการผสมผสานแนวคิดพื้นที่สุขภาวะ (Well-being) เข้ากับย่านศิลปะและการออกแบบอย่างลงตัว ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 8 เดือน โดยระยะแรกจะใช้พื้นที่บริเวณบ้านพระพิทักษ์จัดกิจกรรมแสดงผลงาน ด้านศิลปะในช่วงปลายปี 69 พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่เชื่อมต่อเศรษฐกิจกับย่านเมืองเก่าโดยรอบ
“บ้านพระพิทักษ์” เป็นทำเลศักยภาพย่านเมืองเก่า ใกล้เสาชิงช้าและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดดเด่นรายล้อมด้วยร้านอาหารชื่อดังและจุดเช็กอินสำคัญ ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบรณ์จะทำให้ย่านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้าง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคน ในพื้นที่ได้กว่า 600 คนให้ดีขึ้น ผ่านการดึงดูดกลุ่มคนใหม่ๆให้เข้ามา สัมผัสเสน่ห์ของย่านนี้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 3,000 คน และเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น สร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมระดับชุมชนทังในเชิง สังคมและเศรษฐกิจ
“นี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิด Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value การพลิกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน ไม่เพียง ในเชิงธุรกิจแต่รวมถึงคุณค่าที่เกิดขึ้นทั้ง 5 ดี ไม่ว่าจะเป็นดีต่อพนักงาน ดีต่อผู้ถือหุ้น ดีต่อลูกค้าและลูกหนี้ ดีต่อสังคม และ ดีต่อประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักการดำเนินงานของ BAM” นายรักษ์ กล่าว
นายธีรพล นิยม ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อมอาศรมศิลป์ จำกัด กล่าวเสริมว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งโอกาสสำคัญที่สถาบันฯจะได้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับย่านเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร โดยมี “บ้านพระพิทักษ์” เป็นคานงัดสำคัญในการริเริ่มขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงและการบริหารจัดการย่านแบบบูรณาการในอนาคต ผ่านการพัฒนาที่ผสานมุมมองหลากหลายและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งชุมชนผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐและเอกชน ตลอดจนภาควิชาการและวิชาชีพในด้านต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง และการบริหารจัดการ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูย่าน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างยั่งยืน
“เราคาดหวังว่าบ้านพระพิทักษ์จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองรูปใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วย กันโดยไม่ทิ้ง ใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในวันนี้ไม่ใช่แค่การลงนาม แต่คือการเริ่มต้นออกแบบอนาคตของย่านเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง”นายธีรพล กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 69)








