กล้าธรรม ซัดนโยบายรัฐบาลสวนทางวิกฤตประเทศ จี้ทำงานเชิงรุก ทวงสัญญาหาเสียง

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายการแถลงนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า คล้ายกับการแถลงนโยบายในสถานการณ์ปกติ ไม่แน่ใจว่าแนวนโยบายของรัฐบาลจะตอบโจทย์กับสถานการณ์โลกที่ผกผันและไม่แน่นอนเพียงใด และมองว่าในขณะนี้นายกรัฐมนตรีทำงานเชิงรับ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ต้องทำงานเชิงรุก ถึงลูกถึงคน ชนได้ชน ชนไม่ได้ก็ต้องชน และต้องเด็ดขาดในยามวิกฤต

ทวงสัญญาหาเสียง

  • นโยบายคนละครึ่งพลัส คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน แต่หวังว่า จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยเร็ว
  • การลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วยเพื่อบรรเทาภาระพลังงาน แต่สิ่งที่สวนทางกับนโยบายคือ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ งวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม จากเดิม 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะปรับสูงขึ้น 2% ซึ่งสวนทางกับนโยบายที่ประกาศไว้
  • นโยบายจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่จะผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว เป็นนโยบายใหม่นั้น จากข้อมูลสถิติยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์สูงสุดในโลกกว่า 22 ล้านคัน ถ้าครึ่งหนึ่งตื่นตัวต่อนโยบายนี้ เราจะมีมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นในระบบอีก 11 ล้านคัน รัฐบาลต้องวางแผนจัดการมอเตอร์ไซค์เก่าและแบตเตอรี่หมดอายุ จึงขอให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบและเดินไปให้สุด ไม่ทิ้งไว้ครึ่งๆ กลางๆ เหมือนนโยบายสีเขียวในอดีตที่ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้
  • นโยบายทหารอาสาและพยาบาลอาสา รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาทต่อปี และอาจเป็นภาระผูกพันระยะยาวหลายปี จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาค่าตอบแทนของอาสาสมัครเกษตร (อกม.) ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสาภาคเกษตรที่ทำงานมายาวนานแต่ยังไม่เคยได้รับค่าตอบแทน
  • ด้านความมั่นคง นโยบายสร้างกำแพงป้องกันภัยรุกรานและยกเลิก MOU ที่รัฐบาลเคยประกาศบนเวทีหาเสียง โดยย้ำว่า จะติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะดำเนินการเมื่อใด
  • เป้าหมายการผลักดัน GDP ให้เติบโต 3% ภายใน 4 ปี แม้จะเอาใจช่วยให้รัฐบาลทำได้ แต่สถานการณ์จริงดูเป็นเรื่องยาก เพราะหลายหน่วยงานต่างประเมินว่า GDP ปีนี้จะเติบโตเพียง 1.2-2.5% เท่านั้น
  • นโยบายทบทวนการตรวจลงตราเข้าเมือง หรือ Free Visa ซึ่งระยะเวลาที่อนุญาตในปัจจุบันอาจยาวเกินความจำเป็น และอาจส่งผลกระทบต่อการเข้ามาพำนักอาศัยและแย่งงานแรงงานไทย จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งดำเนินการทบทวนเรื่องนี้
  • การบริหารภาครัฐ แม้รัฐบาลประกาศให้ความสำคัญกับการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต แต่ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนว่าดัชนีดังกล่าวในปี 2568 ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี โดยไทยได้เพียง 33 คะแนนจาก 100 คะแนน

นายอรรถกร กล่าวถึงคำแถลงของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าจะเร่งเยียวยากลุ่มเปราะบางจากผลกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจ พร้อมสร้างโอกาสอย่างทั่วถึงให้ทุกกลุ่มอาชีพ แต่ตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมากลุ่มเปราะบางกลับไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มทุน โดยเฉพาะกลุ่มทุนด้านพลังงาน กลับได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว

นายอรรถกร ยืนยันว่า จะคอยทวงถามทุกคำมั่นที่รัฐบาลให้ไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหลงลืมคำสัญญา ตนและ สส.พรรคกล้าธรรม ที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะคอยเตือนความทรงจำของรัฐบาลต่อไป จนกว่าจะทำตามสิ่งที่ให้ไว้กับประชาชนครบถ้วน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 เม.ย. 69)