เงินเฟ้อฝรั่งเศสเดือนมี.ค. พุ่ง 1.7% เซ่นพิษราคาพลังงานโลกทะยาน

สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของฝรั่งเศสในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากระดับ 0.9% ในเดือนก.พ.

สาเหตุหลักที่ดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นมาจากราคาพลังงานที่ทะยานขึ้นถึง 7.4% เทียบรายปี (จากที่เคยลดลง 2.9% ในเดือนก.พ.) ซึ่งเป็นผลพวงจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

สำหรับราคาภาคบริการขยับขึ้นเล็กน้อยแตะระดับ 1.7% เทียบรายปี (เทียบกับ 1.6% ในเดือนก่อนหน้า) ส่วนราคายาสูบเพิ่มขึ้น 3.2% เร่งตัวขึ้นจากที่เพิ่มขึ้น 3% ในเดือนก.พ.

เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือน ดัชนี CPI เดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.0% เทียบกับ 0.6% ในเดือนก.พ. โดย INSEE ระบุว่ายังคงเป็นผลจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น 8.9% เทียบรายเดือน (จากที่ขยับขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ.) โดยเฉพาะราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ทะยานขึ้นถึง 17.1% ภายในเดือนเดียว (จากที่เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก่อนหน้า)

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนมี.ค. ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.1% จากระดับ 0.9% ในเดือนก.พ.

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันแพงอันเกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ให้ลดภาษีเป็นการทั่วไป โดยให้เหตุผลเรื่องข้อจำกัดทางการคลังและประสิทธิภาพของนโยบาย แต่เลือกใช้มาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าไปที่ภาคการขนส่ง เกษตรกรรม และประมงแทน ควบคู่กับการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็กผ่านโครงการสินเชื่อที่รัฐค้ำประกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 เม.ย. 69)