
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ว่า เขาจะพบปะกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลและปธน.โจเซฟ อูนแห่งเลบานอน ณ ทำเนียบขาวในอีก “1-2 สัปดาห์ข้างหน้า”
ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ผมคิดว่าเรากำลังจะได้เจอกัน” โดยระบุว่าการเจรจาดังกล่าวจะเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี และข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นจะครอบคลุมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านด้วย
ทรัมป์กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราจะมีการทำข้อตกลงกับเลบานอน และพวกเขาจะจัดการเรื่องกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย”
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขาประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า อิสราเอลและเลบานอนจะทำการหยุดยิงอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 10 วัน เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ 6 ข้อ เมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลยังคงสงวนสิทธิ์ในการใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันตนเอง ในช่วงเวลาที่มีการหยุดยิงซึ่งอาจมีการขยายระยะเวลาออกไปได้
แถลงการณ์ระบุว่า “นอกจากนี้ อิสราเอลจะไม่ดำเนินปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกกับเป้าหมายในเลบานอน ซึ่งรวมถึงพลเรือน ทหาร และเป้าหมายอื่น ๆ ของรัฐ ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล” และ “รัฐบาลเลบานอนจะดำเนินมาตรการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มติดอาวุธนอกภาครัฐอื่น ๆ ในดินแดนเลบานอนทำกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์” ในระหว่างการหยุดยิง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แถลงการณ์ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า “ข้อตกลงหยุดยิงอาจได้รับการขยายเวลาตามความเห็นชอบร่วมกันระหว่างเลบานอนและอิสราเอล หากมีความคืบหน้าในการเจรจา และเลบานอนสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรักษาอธิปไตยของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการสรุปเงื่อนไขของการหยุดยิงซึ่งได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลของทั้งอิสราเอลและเลบานอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 69)





