เกาหลีใต้กังวลสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค-ภาคธุรกิจ

กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้ เปิดเผยรายงานเศรษฐกิจรายเดือน หรือ “กรีนบุ๊ก” (Green Book) ในวันนี้ (17 เม.ย.) โดยระบุว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางกำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้

รายงานกรีนบุ๊กฉบับล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ทางกระทรวงฯ ได้ยกระดับคำเตือนจากรายงานในเดือนที่แล้วที่ระบุเพียงว่าผลกระทบดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้น

รายงานระบุว่า แม้ว่าการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนจะปรับตัวดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นได้ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจอ่อนแอลง อีกทั้งสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มภาระต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ ราคาผู้บริโภคพุ่งขึ้น 2.2% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งมากกว่าในเดือนก.พ.ที่เพิ่มขึ้น 2% โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางภาวะชะงักงันด้านอุปทาน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.ลดลง 5.1 จุดจากเดือนก.พ. มาอยู่ที่ระดับ 107 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 และเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบ 15 เดือน

แม้ว่าเงินเฟ้อเดือนมี.ค.ยังคงอยู่ใกล้กับเป้าหมายที่ระดับ 2% ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกล่าวว่าส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลออกมาตรการจำกัดเพดานราคาน้ำมันและความผันผวนที่ลดลงของราคาอาหารสด แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีโอกาสที่จะอยู่ในช่วงขาขึ้นหากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามบานปลาย

อย่างไรก็ตาม การส่งออกของเกาหลีใต้ยังคงแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่ยังคึกคัก โดยยอดส่งออกในเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 48.3% เมื่อเทียบรายปี ทะลุระดับ 8 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการจัดส่งชิปที่สูงเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ระบุว่า เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รัฐบาลเกาหลีใต้จะยังคงใช้ระบบการตอบสนองภาวะเศรษฐกิจฉุกเฉิน ขณะเดียวกันก็ติดตามสถานการณ์และผลกระทบในแต่ละภาคส่วนอย่างใกล้ชิด และตอบสนองเชิงรุกด้วยการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเริ่มต้นมาจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้น ได้ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับภูมิภาค ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นและสั่นคลอนตลาดการเงิน ขณะที่ทั่วโลกต่างก็จับตาการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 69)