รมว.กลาโหม ควง มทภ.4 เอ่ยปาก”ขอโทษ”ปมกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะวอนทุกฝ่ายให้อภัย

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวภาพรวมภายหลังหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

รมว.กลาโหม ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้นำรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งขอยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวในช่วงปิดไมค์เกี่ยวกับคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย

“มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เราคนไทยด้วยกัน ขอให้ท่านมีกำลังใจในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ผมยืนยันว่า การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่อมวลชน อย่างตอนนี้ผมก็ตื่นเต้นพอสมควร” พล.ท.อดุลย์ กล่าว

ส่วนกรณีที่สมาคมโรงเรียนปอเนาะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกนอกพื้นที่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัยและอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และมีการขอโทษกันแล้ว คิดว่าพี่น้องคนไทยให้อภัยกันได้ จากนี้แม่ทัพภาคที่ 4 จะลงไปพบปะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้เข้าใจซึ่งกันและกัน

ขณะที่ พล.ท.นรธิป ได้กล่าวว่า ขอโทษประชาชน โดยระบุว่าอาจจะผิดพลาดจากการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งขอยืนยันว่าในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนหลังจากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป ระบุเพียงว่า มี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยถึงคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีติดตามอย่างใกล้ชิดแม้จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 โดยภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 มี.ค.เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถและมือปืน จับกุมได้ในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงผู้ต้องหาอีก 1 รายที่เกี่ยวข้องกับการนำรถของกลางไปชำแหละ

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ กอ.รมน.แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 151 ฐานนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง โดยหากการสอบสวนมีความเชื่อมโยงกันผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 1 ราย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นบุคคลที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยทหารตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ หากพบว่าหลบหนีออกไปแล้ว จะดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลเพื่อติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเด็นผู้ว่าจ้างยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่ครบทั้งหมด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 เม.ย. 69)

ข่าวล่าสุด