
สายการบินรายใหญ่ในเอเชียรายงานความต้องการเดินทางในเส้นทางยุโรปพุ่งสูงขึ้น หลังผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการต่อเครื่องผ่านศูนย์กลางการบินตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจยืดเยื้อ แม้สถานการณ์คลี่คลายในอนาคต
สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific), สิงคโปร์ แอร์ไลน์ (Singapore Airlines), โคเรียนแอร์ (Korean Air) และแควนตัส แอร์เวย์ (Qantas Airways) รายงานผลการดำเนินงานเส้นทางยุโรปที่แข็งแกร่งในเดือนมี.ค. แม้เผชิญต้นทุนน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นเท่าตัว
ลาวิเนีย เหลา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าและการพาณิชย์ของคาเธ่ย์กล่าวว่า บริษัทได้เพิ่มเที่ยวบินและที่นั่งไปยังยุโรปในช่วงมี.ค.-เม.ย. เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น หลังผู้โดยสารหันมาใช้เส้นทางทางเลือกแทนการผ่านตะวันออกกลาง พร้อมคาดว่าความต้องการจะยังทรงตัวในระดับสูงในเดือนเม.ย. จากแรงหนุนของเทศกาลอีสเตอร์และการจองเที่ยวบินระยะไกลที่ต่อเครื่องผ่านฮ่องกง
ด้านสิงคโปร์ แอร์ไลน์เปิดเผยว่า อัตราบรรทุกผู้โดยสารเส้นทางยุโรปเพิ่มเป็น 93.5% ในเดือนมี.ค. จาก 79.7% ปีก่อน สูงสุดเมื่อเทียบทุกภูมิภาค หลังนักเดินทางแห่เปลี่ยนเส้นทางหนีปัญหาในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจาก Cirium ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้ง สายการบินตะวันออกกลางอย่าง เอมิเรตส์ (Emirates), กาตาร์ แอร์เวย์ (Qatar Airways) และเอทิฮัด แอร์เวย์ส (Etihad Airways) ครองสัดส่วนผู้โดยสารราวหนึ่งในสามของเส้นทางยุโรป-เอเชีย และมากกว่าครึ่งของผู้โดยสารจากยุโรปไปออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะแปซิฟิก
แม้สายการบินกลุ่มอ่าวเริ่มทยอยฟื้นเที่ยวบินกลับมาแล้วอย่างน้อย 60% ของระดับก่อนวิกฤต แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยอื่น เช่น คำเตือนของออสเตรเลียที่ไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางหรือแม้แต่แวะเปลี่ยนเครื่องในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองด้านประกันการเดินทาง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกูเกิล ทราเวล (Google Travel) ระบุว่า ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสารในระดับสูงขึ้น หากเลือกหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)





