
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า กรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดเงื่อนไขเกี่ยวกับนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” เน้นเฉพาะรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ซึ่งเป็นทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และรถยนต์ที่ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน (ไฮบริด) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอีก 10-20 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังจะต้องหารือกับค่ายรถยนต์ด้วย โดยจะเน้นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ถึงจะเข้าร่วมโครงการได้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ รวมถึงการวางแผนกำจัดซากรถยนต์เก่า ที่นำมาแลกด้วย ซึ่งต้องส่งเสริมทั้งระบบ คาดว่าจะนำเสนอรายละเอียดของโครงการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พิจารณา เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน พ.ค. 69 นี้
สำหรับรูปแบบดำเนินการนั้น เบื้องต้นจะเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ นำร่องไว้ที่ 10,000-20,000 คัน หากได้รับความนิยมก็อาจขยายจำนวนเพิ่ม แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากค่ายรถยนต์ และสถาบันการเงินด้วย
เรามองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ SUSCO (จำหน่าย BYD), ASAP (จำหน่าย DEEPAL), SJWD (ได้ประโยชน์จากการให้เช่าลานจอด ขนส่งรถ และการตรวจสอบสภาพ) สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ แม้สัดส่วนผลิต EV ยังไม่สูง แต่เงื่อนไขให้รวมไฮบริดซึ่งผลิตให้ค่ายญี่ปุ่นก็ได้ประโยชน์เช่นกัน ได้แก่ SAT, STANLY และ AH
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังเป็นมาตรการนำร่องที่ 10,000-20,000 คัน ซึ่งค่อนข้างน้อย ซึ่งเราต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการขยายจำนวนเพิ่มเติม หรือไม่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)





