
ผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดเผยว่า บริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่มีแนวโน้มลดการรับนักศึกษาจบใหม่ในปีงบประมาณ 2570 มากขึ้น แม้ประเทศยังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงาน สะท้อนผลจากการเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทดแทนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ผลสำรวจบริษัท 111 แห่ง ระบุว่า มี 23% หรือ 25 บริษัท วางแผนลดการรับนักศึกษาจบใหม่สำหรับปีงบฯ ที่เริ่มเดือนเม.ย. 2570 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มีเพียง 16% หรือ 18 บริษัท ที่ระบุว่าจะเพิ่มการจ้างงาน ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่สัดส่วนบริษัทที่ “ลดการจ้าง” มากกว่าบริษัทที่ “เพิ่มการจ้าง”
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการจ้างงานเชิงรุกหลังโควิด-19 ไปสู่การปรับโครงสร้างแรงงาน โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานที่ใช้แรงงานเข้มข้น ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เป็นอีกปัจจัยกดดัน
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ว่า หลายบริษัทเริ่มขยายการจ้างงานไปยังกลุ่มอื่นนอกเหนือจากนักศึกษาจบใหม่ โดย 39% ของบริษัท รวมถึงฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้งส์ (Fujifilm Holdings) และสกายลาร์ก โฮลดิ้งส์ (Skylark Holdings) ระบุว่ามีแผนเพิ่มการจ้างแรงงานต่างชาติในญี่ปุ่น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรม
ขณะเดียวกัน บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งเร่งรับพนักงานสายอาชีพมากขึ้น เพื่อดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์ โดยฮิตาชิ (Hitachi) และธนาคารเอ็มยูเอฟจี (MUFG) ระบุว่า การรับนักศึกษาจบใหม่ในปีงบฯ 2570 จะต่ำกว่าการจ้างงานสาย mid-career ในปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการแรงงานทักษะสูงด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับบริษัทที่มีแผนลดการจ้างงาน เหตุผลหลักคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดการพึ่งพาแรงงาน โดยมูราตะ แมนูแฟกเจอริง (Murata Manufacturing) ระบุว่า การใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ (generative AI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการลดการรับพนักงานใหม่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)





