
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยรายงาน Global Energy Review ในวันนี้ (20 เม.ย.) โดยระบุว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้น 3% โดยมีแรงขับเคลื่อนส่วนหนึ่งมาจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากภาคอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และอาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ ความต้องการไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมรถ EV และศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น 38% และ 17% ตามลำดับ
รายงานของ IEA ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีการเติบโตรวดเร็วกว่าความต้องการพลังงานโดยรวมประมาณ 2.3 เท่าในปี 2568 โดยการเติบโตของความต้องการพลังงานทั่วโลกชะลอตัวลงเหลือ 1.3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงทศวรรษก่อนหน้าเล็กน้อย
IEA ระบุว่า ความต้องการไฟฟ้าของประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้วขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 1.6% เมื่อเทียบรายปี โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ศูนย์ข้อมูลมีสัดส่วนในการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าถึง 50% ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน แต่เนื่องจากความต้องการด้านการทำความเย็นที่ลดลงเล็กน้อย ทำให้ระดับของความต้องการในปี 2568 ยังคงต่ำกว่าในปี 2567
รายงานของ IEA ยังระบุด้วยว่า พลังงานแสงอาทิตย์มีส่วนส่งเสริมการเติบโตของอุปทานพลังงานโลกมากที่สุดเป็นครั้งแรกในปี 2568 โดยฟาตีห์ บิรอล ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า พลังงานแสงอาทิตย์แบบ Solar PV มีสัดส่วนกว่า 1 ใน 4 ในการเติบโตของความต้องการพลังงานทั่วโลก ซึ่งมากกว่าแหล่งพลังงานอื่น ๆ ขณะที่ก๊าซธรรมชาติครองส่วนแบ่งเป็นอันดับสองที่ 17%
ส่วนความต้องการน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% สอดคล้องกับที่ IEA คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรถ EV ได้ทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ทั่วไปลดน้อยลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)





