ประธานาธิบดีเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ออกมาเรียกร้องให้มีการคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศในวันจันทร์ (20 เม.ย.) หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เออร์โดกันกล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ ณ กรุงอังการาว่า “ความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นประเด็นที่เราให้ความสำคัญในระดับสูงสุด และจะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ในประเด็นนี้”
เออร์โดกันชี้ว่า ประเด็นนี้ควรได้รับการแก้ไขไม่ใช่แค่จากมุมมองด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงด้านจิตวิทยาพัฒนาการ นโยบายทางสังคม บทบาทของครอบครัว และการศึกษาด้วย
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เออร์โดกันได้สั่งการให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างโรงเรียนและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ควบคู่ไปกับการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราทางไซเบอร์และขยายขีดความสามารถของหน่วยงานด้านไซเบอร์ โดยเขากล่าวว่า ทางการจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังทั้งในรูปแบบที่มองเห็นได้และที่ไม่สามารถมองเห็นได้บนโลกออนไลน์
นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงบทบาทของครอบครัว โดยระบุว่า สถาบันครอบครัวเป็นโรงเรียนแห่งแรกของบุคคลซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาและการขัดเกลาทางสังคม
ทั้งนี้ เออร์โดกันได้เรียกร้องให้มีการขยายการสนับสนุนด้านจิตสังคมแก่ผู้เรียนและเสริมสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยระบุว่า ทางการจะพัฒนากลไกการแนะแนวเพื่อระบุความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้าดำเนินการระงับเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรการดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเหตุกราดยิงเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) ที่จังหวัดคาห์รามันมารัช ทางตอนใต้ของตุรกี โดยเด็กชายวัย 14 ปี พร้อมอาวุธปืน 5 กระบอก ได้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมต้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันครั้งที่สองภายในเวลาเพียงสองวัน ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่ประเทศที่เหตุการณ์ยิงกันในโรงเรียนเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทางการได้ยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วทั้ง 81 จังหวัด โดยภายใต้คำสั่งของกระทรวงมหาดไทยตุรกี โรงเรียนแต่ละแห่งจะต้องเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)





