
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงถึงกรณีที่มีสื่อไปลงข่าวว่าตนให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า สิ่งที่ตนพูดนั้น เป็นการอธิบายตามหลักกฎหมาย ที่สื่อถามว่าถ้ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินได้หรือไม่ ตนก็ตอบไปว่าทำได้ ตามมาตรา 172 ตามรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้าง และถ้ามีการกู้เงินเพื่ออุดหนุนกองทุนน้ำมันทำได้หรือไม่ ตนก็ตอบไปว่า ทำได้
พร้อมยืนยันว่า ในการประชุมวันคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ไม่มีการพิจารณาเรื่องกู้เงิน เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน อย่างที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าต้องไปคุยกันก่อนก็ถูกต้องและที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่ายังไม่รู้รายละเอียด ก็ถูกต้อง เพราะยังไม่มีการพูดคุยกัน
“กลายเป็นว่า ผมไปบอกว่าจะกู้เงินซะแล้ว แล้วคนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คิดว่าไม่ค่อยถูก ทีหลังผมไม่พูดแล้วดีกว่า และการที่นายกฯ ไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะส่วนหนึ่ง เอาไปลง ตัดตอนไป คนเอาไปพูดแล้วไม่เข้าใจ หาว่าผมไปออฟไซด์รัฐบาล ซึ่งมันไม่ใช่” นายปกรณ์ กล่าว
พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ตนพูดเป็นการอธิบายตามหลักกฎหมาย ทั้งนี้ ยินดีที่จะให้ความรู้ทางกฎหมาย แต่หากเป็นประเด็นการเมือง ตนรับไม่ได้ เพราะเรื่องของบ้านเมือง เป็นเรื่องที่ต้องพูดกันด้วยเหตุผล บางคนเอาไปตัดตอน แล้วพาดหัวข่าวเพื่อให้เป็นประเด็น ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อบ้านเมือง อย่างไรก็ดี จากกรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรี แสดงความเข้าใจ และไม่ได้ตำหนิอะไร
รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนทำงานไม่ได้เน้นการเมือง ซึ่งหากต้องการความรู้ด้านกฎหมาย ตนก็พร้อมจะอธิบาย แต่ถ้าถามเรื่องการเมือง เรื่องที่คาดหมาย ตนตอบไม่ได้ เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมาพูดคุยกัน ซึ่งต้องให้เกียรติและวางแผนร่วมกัน แต่สื่อเอาไปตีข่าวแบบนี้ ตนก็เลยจบอยู่คนเดียว
“โดยส่วนตัวกังวล เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ เหมือนเราไม่พยายามทำให้สังคมเข้าใจ ในสิ่งที่ถูกต้อง เราเน้นเป็นประเด็นการเมืองกันหมด ผมไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร ผมไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ผมเข้ามา เพราะตั้งใจทำในสิ่งที่อยากให้เกิดความสำเร็จ” นายปกรณ์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)





