
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ลงนามในบันทึกคำสั่งประธานาธิบดีหลายฉบับในวันจันทร์ (20 เม.ย.) โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ (Defense Production Act: DPA) ค.ศ. 1950 โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มอุปทานพลังงานท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่
ทั้งนี้ กฎหมาย DPA ให้อำนาจประธานาธิบดีในการควบคุมอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อจัดหาสินค้า บริการ หรือทรัพยากรที่จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ ครอบคลุมทั้งในด้านการทหาร พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับบันทึกคำสั่งประธานาธิบดีรวม 5 ฉบับที่เพิ่งมีการลงนามนั้น มุ่งเน้นภาคพลังงานภายในประเทศ ได้แก่ น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติเหลว โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และระบบโครงข่ายไฟฟ้า
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทรัมป์อาศัยอำนาจตามกฎหมาย DPA เพื่อจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลกลางให้กับโครงการพลังงานหลากหลายประเภท ในขณะที่รัฐบาลกำลังถูกกดดันให้ช่วยควบคุมราคาน้ำมันและค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น
สำหรับโครงการที่มีสิทธิได้รับการสนับสนุนอาจรวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงกลั่นน้ำมัน ตลอดจนโรงงานผลิตกังหันก๊าซและหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ขาดแคลน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)





