ส่งออกมี.ค.ทุบสถิติ!! มูลค่าทะลุ 3.5 หมื่นล้านดอลล์ สหรัฐฯ เร่งนำเข้า-วัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์หนุน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนมี.ค.69 และไตรมาส 1/69 ว่า ในเดือนมี.ค. มูลค่าการส่งออกของไทย อยู่ที่ 35,157 ล้านดอลลาร์ฯ ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยายตัว 18.7% โดยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ส่วนมูลค่าการนำเข้า อยู่ที่ 38,496 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.7% ส่งผลให้เดือนมี.ค. ไทยขาดดุลการค้า 3,339 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ช่วงไตรมาสแรก ปี 69 (ม.ค.-มี.ค.) มูลค่าการส่งออก อยู่ที่ 96,169 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17.6% ส่วนมูลค่าการนำเข้า อยู่ที่ 105,646 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 32.4% ส่งผลให้ไตรมาสแรกปีนี้ ไทยขาดดุลการค้า 9,476 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทย คือ

1. การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก

2. การเร่งนำเข้าของตลาดสหรัฐฯ จากอัตราภาษีนำเข้าที่ลดลงชั่วคราว เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้า

3. ภาคการผลิตโลก ยังคงรักษาการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงอุปสงค์และคำสั่งซื้อใหม่ในตลาดโลกที่ยังคงมีอยู่

4. อุปสงค์เฉพาะกลุ่ม และคุณภาพสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมายในกลุ่มสินค้าเกษตร และอาหาร

“ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการส่งออก ยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงระยะสั้น ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตร และอาหารศักยภาพ ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง” ผู้อำนวยการ สนค. ระบุ

  • การส่งออกสินค้าแยกรายกลุ่ม

– กลุ่มสินค้าเกษตร มีมูลค่า 1,955 ล้านดอลลาร์ ลดลง 10.7% หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ มังคุดสด, เครื่องเทศและสมุนไพร, ทุเรียนสด และ ไก่แปรรูป

– กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 2,280 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ไขมัน และน้ำมันจากพืชและสัตว์, น้ำตาลทราย และ อาหารสัตว์เลี้ยง

– กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 29,946 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ), เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัฑณ์, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ, เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ

โดยตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เอเชียใต้ ขยายตัว 123.3% อันดับ 2 ทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 56.2% อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา ขยายตัว 41.9% อันดับ 4 ลาตินอเมริกา ขยายตัว 26.2% อันดับ 5 สหภาพยุโรป 21.9%

ขณะที่ตลาดสำคัญที่หดตัว ได้แก่ อันดับ 1 ตะวันออกกลาง หดตัว 57.1% อันดับ 2 รัสเซีย และ CIS หดตัว 38.9% อันดับ 3 สวิตเซอร์แลนด์ หดตัว 25.5% อันดับ 4 ไต้หวัน หดตัว 3.3% อันดับ 5 จีน หดตัว 1.1%

 

  • ประเมินส่งออกไทยปีนี้ 3 ฉากทัศน์ โตดีสุด 8% โตแย่สุด -3%

นายจิรพงษ์ กล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูงนั้น สนค. ได้ประเมินทิศทางการส่งออกของไทยในปีนี้ไว้เป็น 3 ฉากทัศน์ (Scenario) โดยคาดการส่งออกทั้งปี 69 จะอยู่ในช่วง -3% ถึง 8% ดังนี้

ฉากทัศน์ 1 กรณีดีสุด : การส่งออกขยายตัว 8% ที่มูลค่า 366,805 ล้านดอลลาร์

วัฎจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจโลกไม่ได้ชะลอตัวมากเท่าที่ควร ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในกลุ่ม Data และ AI ยังคงมีสูง โดยจากข้อมูลที่ผ่านมา พบว่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเติบโตได้ต่อเนื่อง และกลายเป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของตลาดโลก ซึ่งเป็นตัวช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าของไทยในอนาคต และสงครามในตะวันออกกลางบรรเทาลงในช่วงไตรมาส 2

ฉากทัศน์ที่ 2 กรณีฐาน : การส่งออกขยายตัว 3% ที่มูลค่า 349,824 ล้านดอลลาร์

ไทยยังคงรักษาการเติบโตของการส่งออกได้ดีในระดับหนึ่ง ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้กระทบต่อเส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้ามากนัก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และเงินเฟ้อ ยังไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงมากต่อการนำเข้าสินค้าไทยจากประเทศคู่ค้า

ฉากทัศน์ที่ 3 กรณีต่ำสุด : การส่งออกหดตัว -3% ที่มูลค่า 329,446 ล้านดอลลาร์

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดีมานด์โลกชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง

 

  • แนวโน้มส่งออก เม.ย.ยังโตต่อเนื่อง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์หนุน

ขณะที่แนวโน้มการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย.69 นายนันทพงษ์ มองว่า ยังอยู่ในทิศทางขยายตัวได้ จากแรงหนุนของการส่งออกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือที่รองรับการประมวลผล AI รวมถึงการนำไปใช้กับภาคอุตสาหกรรมที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“นอกจากปัจจัยวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ต้องดูว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวหรือไม่ นอกจากนี้ ยังขึ้นกับแนวโน้มการส่งออกสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป รวมถึงแนวโน้มเงินเฟ้อด้วยเช่นกัน” ผู้อำนวยการ สนค. กล่าว

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่จะชะลอลง รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินมาตราการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์ และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโต สามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)