ทรัมป์เผย มือปืนบุกงานดินเนอร์ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเขียนคำประกาศต่อต้านคริสเตียน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยที่พยายามก่อเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เมื่อคืนวันเสาร์ (25 เม.ย) ณ โรงแรมฮิลตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือชายที่มีอาการทางจิตและเขียนคำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านศาสนาคริสต์ โดยผู้ก่อเหตุถูกรวบตัวได้ทันทีหลังใช้ปืนลูกซองยิงใส่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีบริเวณจุดตรวจรักษาความปลอดภัย เพื่อหวังโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล

ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวปธน.ทรัมป์, เมลาเนีย ทรัมป์, รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และคณะรัฐมนตรีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยปธน.ทรัมป์ระบุว่า เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาฯ ที่ถูกยิงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากมีเสื้อเกราะกันกระสุน

ผู้ต้องสงสัยคือ โคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดินทางด้วยรถไฟแอมแทร็กจากลอสแอนเจลิสผ่านชิคาโกมายังวอชิงตัน และเข้าพักที่โรงแรมฮิลตันตั้งแต่วันศุกร์ (24 เม.ย.) โดยท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เนื่องจากผู้โดยสารรถไฟในสหรัฐฯ ไม่ต้องผ่านเครื่องตรวจจับโลหะเข้มงวดเหมือนที่สนามบิน

จากการตรวจสอบพบว่า อัลเลนได้ส่งคำประกาศเจตนารมณ์ให้ครอบครัวก่อนลงมือก่อเหตุ โดยเรียกตัวเองว่า “มือสังหารรัฐบาลกลางผู้หวังดี” (Friendly Federal Assassin) เนื้อหาในนั้นระบุว่า “การเอาคำสอนเรื่องการไม่ตอบโต้มาใช้ในขณะที่เห็นคนอื่นถูกกดขี่ นั่นไม่ใช่พฤติกรรมของคริสเตียน แต่เป็นการสมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมของผู้กดขี่”

นอกจากนี้ คำประกาศเจตนารมณ์ยังระบุรายชื่อเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลเรียงตามลำดับความสำคัญจากตำแหน่งสูงไปต่ำ แต่ไม่มีชื่อของแคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI อยู่ในรายการแต่อย่างใด

คำประกาศดังกล่าวยังเย้ยหยันระบบรักษาความปลอดภัยของโรงแรมฮิลตันว่า “หละหลวมเป็นบ้า” โดยผู้ก่อเหตุระบุว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นได้ทันทีที่เดินเข้าโรงแรมคือความลำพองใจ ผมพกอาวุธเข้ามาหลายชิ้น แต่กลับไม่มีใครเลยที่ฉุกคิดว่าผมอาจเป็นภัยคุกคามได้”

ปธน.ทรัมป์ได้ใช้โอกาสนี้วิจารณ์ความปลอดภัยของสถานที่จัดงาน พร้อมโปรโมตโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ในทำเนียบขาวว่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยโพสต์ผ่านทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า “เหตุการณ์แบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นในห้องบอลรูมระดับลับสุดยอดทางการทหารที่กำลังสร้างอยู่ตอนนี้ที่ทำเนียบขาว ต้องเร่งสร้างให้เสร็จโดยเร็วที่สุด!”

สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ปธน.ทรัมป์เชื่อว่าคนร้ายอาจได้รับอิทธิพลจากการประท้วงกลุ่ม “No Kings” ที่ต่อต้านตนเอง โดยกล่าวในรายการ “60 Minutes” ของ CBS ว่า “ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดคนแบบนี้ขึ้นมา ก็เพราะพวกที่ออกมาประท้วง No Kings นี่แหละ ทั้งที่ผมไม่ใช่กษัตริย์”

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากน้องสาวของผู้ต้องสงสัยระบุว่า อัลเลนมักแสดงความเห็นสุดโต่งและต้องการ “ทำอะไรสักอย่าง” เพื่อแก้ไขปัญหาของโลกทุกวันนี้

ทางด้านประวัติการทำงาน พบว่าอัลเลนเคยทำงานที่สถาบันกวดวิชา C2 Education ซึ่งทางสถาบันยืนยันว่ากำลังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะที่เจฟเฟอรี แคร์รอลล์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจกรุงวอชิงตัน ระบุว่ายึดอาวุธได้เป็นปืนลูกซอง ปืนพก และมีดอีกหลายเล่ม ซึ่งอาวุธปืนทั้งหมดถูกซื้อและนำไปเก็บไว้ที่บ้านพ่อแม่ของผู้ต้องสงสัย

ท็อดด์ แบลนช์ กล่าวว่า ในวันจันทร์ (27 เม.ย.) อัลเลนจะถูกตั้งข้อหาในศาลรัฐบาลกลาง ทั้งข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงข้อหายิงอาวุธปืน โดยขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงกับประเทศอิหร่านหรือไม่ และจะมีการสั่งฟ้องเพิ่มเติมในภายหลัง

ส่วนงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวนั้น ปธน.ทรัมป์ได้ขอให้จัดขึ้นใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่ง เจียง เว่ยเจีย ประธานสมาคมฯ ระบุว่าคณะกรรมการจะพิจารณากำหนดการและขั้นตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)