
นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) ในเครือบมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง [PSH] กล่าวว่า ในภาวะที่ผู้บริโภคส่วนหนึ่งยังชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย ในขณะที่ความต้องการเช่ายังมีอยู่จริงในหลายทำเล การพัฒนาอพาร์ตเมนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเจ้าของที่ดินและนักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้ประจำในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้สถานศึกษา แหล่งงาน และนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีดีมานด์เช่ารองรับอย่างต่อเนื่อง ตลาดอพาร์ตเมนต์ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีขนาดใหญ่ โดยมีหน่วยเช่ามากกว่า 745,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าตลาดราว 2.66 หมื่นล้านบาท และยังมีช่องว่างสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนรายเล็กถึงกลางที่ต้องการเข้าสู่ตลาดอย่างจริงจัง เทรนด์นี้สะท้อนว่าอะพาร์ตเมนต์ไม่ใช่เพียงรูปแบบที่อยู่อาศัยทางเลือก แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถต่อยอดจากที่ดินเปล่าสู่ธุรกิจสร้างรายได้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยที่ตลาดอพาร์ตเมนต์ กลับมาเป็นเซ็กเมนต์ที่น่าจับตาอีกครั้ง จากการเปลี่ยนแปลงของทั้งภาวะเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะเช่าเพื่อเพิ่มความคล่องตัวมากกว่าการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้ตลาดเช่ากลายเป็นโอกาสของผู้ที่ต้องการพัฒนาที่ดินไปสู่สินทรัพย์สร้างรายได้ประจำในระยะยาว
“อะพาร์ตเมนต์ในวันนี้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าจับตาสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ประจำจากอสังหาริมทรัพย์ เพราะยังมีดีมานด์เช่าจริงในหลายทำเล ทั้งย่านมหาวิทยาลัย ย่านแหล่งงาน และพื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรนึกถึงเป็นอันดับแรก คือการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตั้งแต่ต้น เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพและต่อยอดเป็นผลตอบแทนระยะยาวได้จริง” นายปิยะกล่าว
IHC ในเครือพฤกษา โฮลดิ้ง จึงเดินหน้าวางบทบาทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอพาร์ตเมนต์ครบวงจร ที่พร้อมช่วยเจ้าของที่ดินและนักลงทุนเปลี่ยนโอกาสจากที่ดินเปล่าหรือทรัพย์สินที่มีอยู่ ให้กลายเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดเช่าและสร้างรายได้ประจำในระยะยาว ท่ามกลางจังหวะตลาดที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเช่ามากขึ้น
จุดแข็งของบริการจาก ICH ที่มุ่งนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมามากกว่า 30 ปี เข้ามาช่วยย่นระยะเวลาก่อสร้างและพัฒนาโครงการอะพาร์ตเมนต์ ภายใต้แนวคิด “Fast Think Fast Build” หรือ “คิดไว สร้างไว ได้มาตรฐาน” โดยการเข้าไปช่วยลูกค้า “คิดตั้งแต่ต้น” ตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ของการลงทุน การทำ Feasibility study เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ เช่น การตลาด ทั้งการศึกษาดีมานด์ในพื้นที่ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก การเงิน การดำเนินงาน และความเสี่ยง การวางรูปแบบอาคารและจำนวนยูนิตที่เหมาะสม ตลอดจนการพิจารณาข้อกฎหมายและการขออนุญาต เพื่อให้การพัฒนาโครงการสอดคล้องกับศักยภาพของที่ดินและตอบโจทย์ตลาดจริง ช่วยให้เจ้าของที่ดินและนักลงทุนตัดสินใจพัฒนาโครงการได้อย่างมีแบบแผนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จุดสำคัญของการพัฒนาอะพาร์ตเมนต์ในวันนี้ ไม่ใช่แค่สร้างอาคารให้เสร็จ แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจตลาด เข้าใจกลุ่มผู้เช่าหลัก และประเมินศักยภาพของที่ดินอย่างรอบด้าน IHC จึงวางบทบาทตัวเองเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยลูกค้าคิดตั้งแต่ต้น ว่าที่ดินแปลงนั้นควรพัฒนาเป็นอะไร ขนาดโครงการเท่าใด และจะออกแบบอย่างไรให้ตอบโจทย์ดีมานด์จริง ซึ่งช่วยให้เจ้าของที่ดินและนักลงทุนมองภาพการพัฒนาโครงการได้ชัดขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเริ่มต้นผิดทิศทาง และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ตลาดได้ตั้งแต่วันแรก เพื่อเปลี่ยนที่ดินเปล่าให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว
IHC ทำหน้าที่มากกว่าเพียงผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่เป็นเสมือน “เพื่อนคู่คิด” ช่วยเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้กลายเป็นโครงการอะพาร์ตเมนต์ ที่พร้อมใช้งานได้เร็วขึ้น ลดความซับซ้อนในกระบวนการพัฒนา และเพิ่มโอกาสให้เจ้าของที่ดินหรือนักลงทุนสามารถต่อยอดทรัพย์สินสู่สินทรัพย์สร้างรายได้ประจำได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ภายใต้มาตรฐานที่คำนึงถึงทั้งความคุ้มค่าและความพร้อมในการแข่งขันของโครงการในระยะยาว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)





