ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก หลังสัญญาณชี้วิกฤตตะวันออกกลางคลายตึงเครียด

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (6 พ.ค.) นำโดยดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงหนุนจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มบรรเทาลง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเอเชียยังปรับตัวตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ดีดตัวขึ้นในวันอังคาร (5 พ.ค.) ขานรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,029.65 จุด เพิ่มขึ้น 131.04 จุด หรือ +0.51% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,135.45 จุด เพิ่มขึ้น 23.29 จุด หรือ +0.57%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.50% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.58% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการในวันนี้เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการ “Project Freedom” ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อนำทางเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซนั้น จะถูกระงับไว้ชั่วคราว เพื่อประเมินว่า สหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความพยายามทางการทูตในการแก้ไขวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางนั้น กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันอังคาร (5 พ.ค.) ว่า “ในขณะที่การปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ปฏิบัติการ Project Freedom (การเคลื่อนย้ายเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) จะถูกระงับไว้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อดูว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะสามารถได้ข้อสรุปและลงนามได้หรือไม่”

การประกาศดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 1.96% แตะระดับ 100.27 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงเช้านี้ และราคาน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ปรับตัวลง 1.27% แตะระดับ 108.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 พ.ค. 69)