
โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มแคปปิตอล เอ (Capital A Berhad) และที่ปรึกษาแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X Berhad) เปิดเผยว่า เขากำลังเตรียมเปิดตัวสายการบินใหม่ โดยเชื่อมั่นว่าการขยายธุรกิจในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญมรสุมราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง จะส่งผลดีและสร้างผลกำไรในอนาคต
เฟอร์นานเดสกล่าวว่า การประกาศเปิดตัวสายการบินใหม่จะมีขึ้นใน 1-2 เดือนข้างหน้า โดยกลุ่มบริษัทกำลังเริ่มเคลื่อนย้ายเครื่องบินบางส่วนเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
“เราจะปล่อยให้วิกฤตสูญเปล่าไปทำไม ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ” เฟอร์นานเดสกล่าว “เราไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางได้ แต่เราต้องมองว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ยืดเยื้อไปถึง 2 ปี”
เฟอร์นานเดสเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กจากประเทศแคนาดา ซึ่งเขาเดินทางไปเข้าร่วมในพิธีลงนามข้อตกลงกับแอร์บัส (Airbus) เพื่อสั่งซื้อเครื่องบิน แอร์บัส A220-300 จำนวน 150 ลำ มูลค่าตามราคาประกาศประมาณ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสิทธิในการปรับเพิ่มจำนวนการสั่งซื้อในตระกูล A220 ได้สูงสุดถึง 300 ลำเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต
แถลงการณ์ของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ระบุว่า ข้อตกลงครั้งสำคัญนี้ถือเป็นการสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A220 ที่มากที่สุดจากสายการบินเดียวทั่วโลก การสั่งซื้อเครื่องบินครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญของแอร์เอเชียในอนาคต โดยเน้นเรื่องการบริหารงานที่เน้นรักษาความคุ้มค่าและผลประกอบการที่มั่นคง ท่ามกลางตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกัน เฟอร์นานเดสยังกล่าวถึงประเด็นที่กลุ่มบริษัทตัดสินใจไม่ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) ซึ่งส่งผลให้หุ้นของแอร์เอเชียร่วงลงราว 35% นับตั้งแต่สงครามในอิหร่านเริ่มต้นขึ้น และกลายเป็นสายการบินที่มีผลประกอบการย่ำแย่ที่สุดในดัชนี Bloomberg World Airlines ในช่วงเวลาดังกล่าว
“แน่นอนว่าคนที่ทำประกันความเสี่ยงตอนนี้อาจจะกำลังได้กำไร แต่ในระยะยาวแล้ว การทำ Hedging ไม่เคยให้ผลลัพธ์ที่ดีจริง ๆ” เฟอร์นานเดสกล่าวเสริม “เราจึงยังคงเลือกที่จะไม่ทำประกันความเสี่ยง เช่นเดียวกับสายการบินในอเมริกาหลายแห่ง และเรามองว่าราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาลง”
อย่างไรก็ดี สายการบินคาดว่าจะได้รับผลกระทบในระยะสั้น โดยเขายอมรับว่าบริษัทไม่น่าจะทำกำไรได้ตามเป้าหมายแรกที่ตั้งไว้ ซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ ส่วนรายได้รวมในปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แอร์เอเชียได้หารือเกี่ยวกับการขยายธุรกิจในเวียดนาม โดยปัจจุบันบริษัทดำเนินกิจการในหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ด้วยฝูงบินแอร์บัสประมาณ 250 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินทางเดินเดี่ยว (single-aisle aircraft) หรือเครื่องบินลำตัวแคบ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ค. 69)





