
ภาพสะท้อนการปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นที่ไปในทิศทางเดียวกันของหุ้น 4 ตัว ที่ดำเนินธุรกิจในธีมเดียวกัน คือ AI–Data Center–Power & Cooling Infrastructure
ราคาหุ้นของ Advanced Micro Devices Inc. (AMD), Delta Electronics Thailand PCL, Delta Electronics Inc. และ Vertiv Holdings Co ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ต่างปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น
แม้จะอยู่คนละตลาดหุ้น และคนละส่วนของอุตสาหกรรม แต่ทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันผ่านการเติบโตของโลก AI และดาต้าเซ็นเตอร์
Advanced Micro Devices Inc. (AMD) เป็นแกนสำคัญฝั่งชิปประมวลผล โดยเฉพาะ CPU และ GPU สำหรับ AI Server และ Data Center ซึ่งกำลังได้รับอานิสงส์จากความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ตลาดเริ่มมองว่า AMD ไม่ได้เป็นเพียงคู่แข่งของ Nvidia เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของโครงสร้าง AI ระดับโลก มีลูกค้าชิปรายหลักอย่าง เช่น META ทำให้ราคาหุ้นฟื้นตัวแรงหลังนักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับรายได้จาก AI accelerator และ cloud infrastructure มากขึ้น
Delta Electronics Thailand PCL [DELTA] เป็นบริษัทที่คนไทยคุ้นเคยในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และพาวเวอร์ซัพพลายรายใหญ่ แต่ในมุมตลาดโลก บริษัทกำลังถูกมองเป็นผู้ได้ประโยชน์จากยุค AI ผ่านระบบจ่ายไฟ ระบบจัดการพลังงาน ระบบระบายความร้อน และโซลูชันสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ AI Server สูงกว่าระบบเดิมหลายเท่า ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานกลายเป็นหัวใจสำคัญ มีลูกค้ารายหลักอย่าง Nvidia และ Delta Thailand กำลังอยู่ในตำแหน่งที่ได้อานิสงส์โดยตรง
ด้าน Delta Electronics Inc. (DELTA TW) บริษัทแม่จากไต้หวัน กลายเป็นหุ้นที่ปรับขึ้นแรงที่สุดในกราฟ เพราะนักลงทุนมองว่าบริษัทอยู่ตรงกลางของเมกะเทรนด์ AI Infrastructure ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น Power Supply, Industrial Automation, EV Infrastructure และ Cooling Solution การเติบโตของ AI ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นใหม่ต้องใช้ระบบไฟฟ้าและการจัดการความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้บริษัทถูก re-rate valuation ขึ้นอย่างชัดเจน
ส่วน Vertiv Holdings Co (Vertiv) เป็นอีกบริษัทที่โดดเด่นมากในช่วงนี้ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง ทั้งระบบไฟสำรอง ระบบทำความเย็น และระบบรักษาเสถียรภาพของเซิร์ฟเวอร์ AI นักลงทุนมองว่าในยุคที่ hyperscale data center ขยายตัวทั่วโลก Vertiv กลายเป็นผู้ขาย “พลั่ว” ในยุคตื่นทอง AI เพราะไม่ว่าใครจะชนะในสงคราม AI แต่ทุกบริษัทต้องสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และต้องใช้ระบบของ Vertiv
สิ่งที่ตลาดกำลัง “price in” ล่วงหน้า ไม่ใช่แค่กำไรไตรมาสถัดไป แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งระบบ คล้ายช่วงที่อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้าสู่โลกธุรกิจ หรือช่วงที่สมาร์ตโฟนเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก เพราะ AI รอบนี้กำลังเปลี่ยนจาก เครื่องมือทดลองไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ของเศรษฐกิจดิจิทัล
ที่ผ่านมา นักลงทุนมักมอง AI ผ่านบริษัทซอฟต์แวร์หรือผู้พัฒนาโมเดลภาษา แต่เมื่อเริ่มใช้งานจริงในระดับองค์กร ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ AI ใช้พลังประมวลผลมหาศาล และกินไฟมากกว่าระบบ IT เดิมหลายเท่า นั่นทำให้ทั้งโลกต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ ระบบจ่ายไฟ ไปจนถึงระบบระบายความร้อน
นี่คือเหตุผลที่ราคาหุ้นของ Advanced Micro Devices Inc., Delta Electronics Thailand PCL, Delta Electronics Inc. และ Vertiv Holdings Co พุ่งขึ้นพร้อมกัน เพราะตลาดกำลังมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ AI Infrastructure Super Cycle หรือวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่รอบใหม่
ในอดีต Data Center ถูกออกแบบเพื่อรองรับ Cloud หรือ Internet ทั่วไป แต่ AI Server รุ่นใหม่ใช้ GPU จำนวนมาก ทำให้ใช้ไฟฟ้าสูงกว่าระบบเดิมหลายเท่า เซิร์ฟเวอร์ AI หนึ่งตู้สามารถกินไฟเทียบเท่าเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปหลายตู้รวมกัน ความร้อนที่เกิดขึ้นก็สูงขึ้นตามไปด้วย นั่นทำให้ความสำคัญของระบบ Power Supply และ Cooling เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
AMD จึงไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ผู้ผลิตชิปอีกต่อไป แต่ถูกมองเป็น “ผู้จัดหาเครื่องยนต์” ของ AI Economy หาก AI usage โตต่อเนื่อง ความต้องการ GPU และ CPU สำหรับ training กับ inference จะยังขยายตัวอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อองค์กรทั่วโลกเริ่มสร้าง AI ของตัวเอง ไม่ใช่พึ่งแต่ระบบจาก Big Tech
ขณะเดียวกัน Delta และ Delta TW อยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จาก การใช้ไฟที่เพิ่มมากขึ้นเพราะทุกดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ระบบแปลงไฟ ระบบสำรองไฟ และระบบจัดการพลังงานที่เสถียรขึ้น ตลาดจึงเริ่มมองว่าธุรกิจเหล่านี้กำลังเปลี่ยนจากผู้ผลิตอุปกรณ์อุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่บริษัทโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ AI
ส่วน Vertiv กลายเป็นตัวแทนของธุรกิจที่เคยถูกมองว่าโตช้า แต่กำลังเข้าสู่รอบเติบโตใหม่ เพราะ AI Data Center ไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีระบบ Cooling และ Power ที่มีประสิทธิภาพสูง นักลงทุนจึงเริ่มให้ valuation แบบบริษัท growth มากกว่าบริษัท industrial แบบเดิม
สิ่งสำคัญ คือ ราคาหุ้นหลายตัวอาจวิ่งนำกำไรจริงไปแล้วในระยะสั้น เพราะตลาดกำลังประเมินอนาคตล่วงหน้า 2–3 ปี นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่ารายได้และกำไรจะเร่งตัวตามการลงทุน AI ที่กำลังเริ่มต้นทั่วโลก จึงยอมให้ค่า P/E หรือ valuation สูงขึ้นก่อนที่งบการเงินจริงจะสะท้อนเต็มที่
สำหรับ ค่า P/E หุ้น AMD 145 เท่า, DELTA 141 เท่า, Delta Taiwan 87 เท่า และ Vertiv 88 เท่า
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นเหล่านี้ ไม่ใช่การเก็งกำไรไร้พื้นฐาน เพราะเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกำลังเพิ่มขึ้นจริง ทั้ง Microsoft, Amazon, Google และ Meta ต่างประกาศงบลงทุน Data Center มหาศาล และการแข่งขัน AI ทำให้ทุกบริษัทต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง
ดังนั้นสิ่งที่กราฟกำลังสะท้อน คือ เงินทั้งโลกไหลไปที่กลุ่ม AI อย่างหนัก เพราะเชื่อว่าธุรกิจเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงต้นของคลื่นลงทุนระยะยาวมากกว่าการฟื้นตัวชั่วคราว นักลงทุนจึงยอมซื้อหุ้นล่วงหน้า แม้กำไรปัจจุบันอาจยังไม่โตเต็มศักยภาพ เพราะมองว่าหาก AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกจริง บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่พลังงาน ชิป และดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ต่อเนื่องอีกหลายปีข้างหน้า
ธิติ ภัทรยลรดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 69)





