“ดร.โจ” โชว์วิสัยทัศน์เปลี่ยนกรุงเทพฯ ดันนโยบายเส้นเลือดใหญ่ แก้โครงสร้างเพิ่มอำนาจ กทม.

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดทผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน แถลงวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพฯ ภายใต้แคมเปญ “กรุงเทพง่าย ๆ” โดยระบุว่า ปัจจุบันคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากในทุกมิติ ทั้งปัญหาการจราจร ค่าครองชีพ และการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ ซึ่งเกิดจากการที่เมืองไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเพียงพอ ทำให้ตน รวมถึงทีม สก. ของพรรคประชาชน 50 คน และทีมบริหารของพรรคประชาชน ต้องการเสนอวาระที่ทำให้เมืองนี้ง่ายขึ้น เป็นเมืองที่จะสนับสนุนการใช้ชีวิตและให้โอกาสกับผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

  • วาระเร่งด่วนปัญหา “โรงขยะอ่อนนุช-สิทธิบัตรทอง”

อันดับแรก คือ ปัญหาโรงขยะอ่อนนุช ที่ส่งกลิ่นเหม็น มีผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 400,000 คน เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ กทม. สามารถทำได้ทันที

รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิทธิบัตรทอง โดยใช้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. เข้ามาแก้ปัญหา ลดเรื่องใบส่งตัว เพื่อความสะดวกของประชาชน

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนโยบาย 4 ง่าย เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ง่ายสำหรับทุกคน และมีความยั่งยืนไปสู่อนาคต พรรคประชาชนยังต้องการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านการแก้ไข พ.ร.บ.กทม. โดยเพิ่มอำนาจให้ กทม. สามารถจัดการตัวเองได้มากขึ้น สาระสำคัญของกฎหมายระบุว่า กรุงเทพฯ ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่ห้าม (Negative list) รวมถึงแก้ไขอำนาจของ กทม. ที่ปัจจุบันหลายเรื่องก็ยังมีอำนาจไม่เพียงพอ

 

  • การเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล การใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค

โดยทาง กทม. สามารถเป็นเจ้าภาพไปคุยกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อแก้ปัญหาได้มากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันคนกรุงเทพฯ กำลังติดปัญหาเรื่องใบส่งตัวกับคลินิกปฐมภูมิ หาก กทม. สามารถนำศูนย์บริการสาธารณสุขที่ กทม. บริหารเองให้การใช้สิทธิดังกล่าวมีมากขึ้น แล้วให้ประสานกับโรงพยาบาล 9 แห่งของ กทม. การส่งตัวก็จะไม่ติดขัด

โดยก่อนหน้านี้ เราสามารถรองรับผู้ใช้สิทธิได้เป็นล้านคน ต่อมาลดลงเหลือ 800,000 คน และยังลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจาก กทม. ไม่ได้ทำตรงนี้อย่างเพียงพอ ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญ และเจตจำนงที่จะผลักดัน

 

  • บริการขนส่งสาธารณะ

ขณะเดียวกัน ยังมีถนนหลายสายที่ยังเป็นปัญหา มีถนนใหม่เกิดขึ้น แต่ไม่มีรถเมล์วิ่งให้บริการ แม้กระทั่งรถเมล์สายเดิม ก็ลดลงเรื่อย ๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนกรุงเทพฯ บางเส้นทางได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ให้รถเมล์มาวิ่งแล้ว ทาง กทม. ทำได้เลยภายในกรอบอำนาจปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ทำ

ทีมพรรคประชาชน ต้องการพัฒนาคลอง ซึ่งมีจำนวนมากในกรุงเทพฯ ให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการสัญจรของประชาชน การเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองให้สามารถเดินทางได้โดยใช้ขนส่งสาธารณะ นี่คือการทำคลองให้เป็นถนน ทำคลองให้เป็นขนส่งสาธารณะ ทำคลองให้เป็นย่านท่องเที่ยว ทำคลองให้เป็นชุมชน ซึ่งการพัฒนาตามแนวทางนี้ จะทำให้เกิดรายได้ทั่วทั้งกรุงเทพฯ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 69)