“คอร์รัปชันไทย” หนักข้อ!! เอกชนชี้เป็นอุปสรรคใหญ่ในการทำธุรกิจ จี้รัฐเพิ่มโทษ-ปฏิรูปกม.

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption และ “เพื่อนไม่ทน” เปิดเผยผล การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับ “ความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหาร และตัวแทน ภาคธุรกิจ 401 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. – 10 เม.ย.69 พบว่า

ปัญหาคอร์รัปชัน ยังคงเป็น “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” ที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดย 89.1% ของ ภาคธุรกิจระบุว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรค (ปานกลางถึงมากที่สุด) ต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ 51.2% มองว่าแนวโน้มคอร์รัปชันแย่ลง เมื่อ เทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา และ 51% ระบุว่า ความยุ่งยากในการติดต่อราชการ “เพิ่มขึ้น” ขณะที่มีเพียง 3% ที่บอกว่า “ลดลง”

* ประเด็นสำคัญจากผลการสำรวจ

1. ประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจ

  • 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ พบการสื่อเป็นนัย หรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาต “ครั้งล่าสุด”
  • 45.9% ของบริษัท ยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก
  • 37.3% ยืนยันว่า อุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษ เพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ย 11-15% ของมูลค่าสัญญา
  • รูปแบบสินบนที่พบบ่อยที่สุด เงินสด (46.6%) ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง (23.1%) และการบริจาค/สปอนเซอร์ (18.7%)
  • ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด พบสัญญาณน่ากังวล 27.3% มีบุคคลอ้างว่า “ช่วยให้ชนะ” และ 27.3% ได้รับ “ใบ้” ว่า
    ควรใช้ตัวกลาง/ที่ปรึกษาบางราย
  • สาเหตุหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน ขั้นตอนซับซ้อน (29.1%), กฎหมายเปิดช่องดุลพินิจมากเกินไป (25.0%), แก้ปัญหา
    จากการทำผิดระเบียบ (18.8%)
  • 52.3% ของภาคธุรกิจไม่มีความเชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing ของรัฐ นอกจากนี้แล้ว 43.7% ระบุว่า “ไม่กล้าร้องเรียนเลย” แม้จะพบการเรียกรับผลประโยชน์
2. จัดอันดับหน่วยงานตามความเสี่ยงสินบน

ผลสำรวจรอบนี้ เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงาน ประกอบด้วย (1) อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ และ (2) มูลค่าเฉลี่ยสินบนต่อครั้ง

หน่วยงานที่มีอัตราเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก
ลำดับ หน่วยงาน จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน คิดเป็น (%)
1 ตำรวจทางหลวง/จราจร 1.69 1.69 100.0
2 กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 1.06 1.00 94.4
3 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 1.09 1.00 91.7
4 กรมเจ้าท่า 1.67 1.50 90.0
5 กรมทางหลวง 1.46 1.20 82.0
6 กรมโยธาธิการและผังเมือง 1.58 1.25 78.9
7 ตำรวจท้องที่ 1.60 1.24 77.7
8 กรมทรัพย์สินทางปัญญา 1.32 1.00 76.0
9 กรมสรรพากร 1.49 1.06 71.0
10 กรมการขนส่งทางบก 1.80 1.25 69.4
หน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก
ลำดับ หน่วยงาน จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง (บาท)
1 กรมควบคุมมลพิษ 102,160
2 กรมเจ้าท่า 100,000
3 กรมสรรพสามิต 94,667
4 กรมสรรพากร 89,498
5 กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750
6 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 74,643
7 กรมทางหลวง 70,167
8 กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000
9 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 68,000
10 กรมป่าไม้ 67,500

* ข้อเรียกร้องเชิงนโยบายของ กกร.

มาตรการที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุด คือ การนำระบบ E-Government/E-Procurement มาใช้ลดการพบปะระหว่างเจ้า หน้าที่กับเอกชน ตามด้วยการเพิ่มโทษผู้ทุจริต และการปฏิรูประเบียบให้โปร่งใส และสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอน โคน” ปัญหาสินบนและทุจริต คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data/Open Contracting) เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ

ผลสำรวจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชัน มิใช่เป็นเพียงประเด็นด้านธรรมาภิบาลเท่านั้น หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่ง ผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในระยะยาว ตัวเลขที่ปรากฏในวันนี้ จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรตระหนัก และร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและ ต่อเนื่อง

กกร. เชื่อมั่นว่า ความโปร่งใสต้องเริ่มต้นจากการยอมรับข้อเท็จจริง และการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการ สร้างวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับการทุจริต พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้เจตนารมณ์ “ไม่ทน ไม่ทำ ไม่เพิกเฉย” อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันทั้งสังคม

* ช่องทางการแจ้งข้อมูลข่าวสาร

ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม ได้จัดให้มีช่องทางสำหรับประชาชนในการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน และติดตาม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างหลากหลาย และเข้าถึงได้มากขึ้น อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านระบบออนไลน์ www.nacc.go.th และสายด่วน 1205 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาค รัฐ (ป.ป.ท.) ผ่านสายด่วน 1206 รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ACT และเครือข่ายภาคประชาชน เช่น Corruption Watch แชทฟ้องโกงทันใจ และเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ที่ร่วมทำหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามการทุจริตในสังคมไทยอย่าง ต่อเนื่อง โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส จะได้รับการคุ้มครอง และเก็บรักษาเป็นความลับ

อย่างไรก็ตาม การหยุดคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน ไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากการ บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันเป็นหูเป็นตา สร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการ ทุจริต และทำให้การร้องเรียนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงและ บูรณาการช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการ ต่อต้านคอร์รัปชันได้อย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึงมากขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 พ.ค. 69)