จนท.เฟดค้านลดเกณฑ์สภาพคล่องแบงก์ เตือนเสี่ยงกระทบเสถียรภาพการเงิน

ไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า การลดข้อกำหนดด้านสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เพื่อหวังจะลดขนาดงบดุลของเฟดนั้นเป็นแนวคิดที่ไม่เหมาะสม และอาจบั่นทอนความมั่นคงของระบบการเงิน

“ช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องการลดขนาดงบดุลของเฟด เพื่อลดระดับการมีส่วนร่วมของเราในระบบการเงินอยู่บ่อยครั้ง” บาร์กล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมาคม Money Marketeers แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

“ผมเห็นว่าการมุ่งลดขนาดงบดุลไม่ใช่เป้าหมายที่ถูกต้อง และข้อเสนอหลายประการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้อาจบั่นทอนความสามารถในการต้านทานวิกฤตของธนาคาร ขัดขวางการทำงานของตลาดเงิน และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน” บาร์กล่าว พร้อมเสริมว่า “บางข้อเสนออาจกลายเป็นการเพิ่มบทบาทของเฟดในตลาดการเงินเสียด้วยซ้ำ”

นอกจากนี้ บาร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เพื่อลดข้อกำหนดด้านสภาพคล่องของธนาคาร โดยหวังให้สินทรัพย์ของเฟดลดลงนั้น มีแนวโน้มที่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้สถาบันการเงินเหล่านี้ต้องหันมาพึ่งพาเครื่องมือสนับสนุนสภาพคล่องของเฟดเมื่อเกิดปัญหา

“ในทางกลับกัน ภาวะตึงเครียดในภาคธนาคารเมื่อปี 2566 ชี้ให้เห็นว่า เกณฑ์ด้านสภาพคล่องควรจะปรับเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง” บาร์กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น บาร์ยังมองว่า “ขนาดงบดุลของเฟดไม่ใช่เกณฑ์วัดที่เหมาะสมในการดูบทบาทของเฟดในตลาดการเงิน” โดยจุดสนใจที่แท้จริงควรอยู่ที่ประสิทธิภาพของเฟดในการดำเนินนโยบายการเงิน

ทั้งนี้ ปัจจุบันเฟดถือครองสินทรัพย์มูลค่า 6.7 ล้านล้านดอลลาร์ และกำลังเข้าซื้อตั๋วเงินคลัง ซึ่งเป็นมาตรการทางเทคนิคเพื่อรักษาสภาพคล่องและปรับขนาดงบดุลให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี บาร์กล่าวหลังการกล่าวสุนทรพจน์ว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางที่ต้องการให้เฟดดำเนินการในการประชุมนโยบายการเงินที่กำลังจะมาถึง ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดกำลังเร่งหาแนวทางรับมือกับวิกฤตราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังไม่แน่ชัดว่าภาวะดังกล่าวจะยืดเยื้อไปจนถึงเมื่อใด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)