
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เฟดยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยในเวลานี้ แม้สงครามในตะวันออกกลางจะสร้างความไม่แน่นอนและเพิ่มแรงกดดันด้านราคา
วิลเลียมส์กล่าวในการประชุมของสมาคม Conference of Business Economists ที่นครนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า นโยบายการเงินของเฟดขณะนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมระบุว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้
เขากล่าวว่า แม้คาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นจะเพิ่มขึ้น แต่คาดการณ์ระยะยาวยังคงมีเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ได้สะท้อนต่อเงินเฟ้อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงติดตามแรงกดดันด้านราคาอย่างใกล้ชิด
วิลเลียมส์ระบุเพิ่มเติมว่า ตลาดแรงงานยังไม่ได้ผลักดันให้เกิดแรงกดดันด้านราคาที่ผิดปกติ และขณะนี้เฟดยังไม่เห็นผลกระทบต่อเนื่องหรือผลกระทบระลอกสองที่น่ากังวล แม้ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
เขายังกล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นปรับตัวแข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะความคาดหวังต่อการเติบโตของผลิตภาพจากปัจจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีอื่น ๆ
ปัจจุบัน นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่กรอบ 3.5%-3.75% ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ สงครามในตะวันออกกลางได้ผลักดันให้แรงกดดันด้านราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าผลกระทบดังกล่าวจะยืดเยื้อนานเพียงใด เนื่องจากความขัดแย้งยังไม่สิ้นสุด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)




