
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมวันนี้ได้พิจารณากรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ โดยนำผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม การออกแบบเบื้องต้น การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์รูปแบบการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามันของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) (ปี 2568) เป็นกรณีฐานในการพิจารณา ร่วมกับผลการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย ของวุฒิสภา (สว.) (ปี 2565)
ส่วนรายงานการศึกษาของจุฬาฯ และ สศช.ที่ทำร่วมกันในปี 2562 ไม่ได้ใช้ในการพิจารณาของคณะกรรมการ เนื่องจากเป็นการศึกษาจากเอกสาร และการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น
ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดให้มีการพิจารณาประเด็นเพิ่มเติมให้เป็นปัจจุบัน ได้แก่ การพิจารณาปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นท่าเรือขนาดใหญ่ ที่สิงคโปร์ และมาเลเซีย มีการลงทุนเพิ่มเติมนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือ และให้นำปัจจัยเรื่องนี้มาพิจารณาในรายงานด้วย
สำหรับมติที่ประชุมที่สำคัญ ได้กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย
- รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ความก้าวหน้าของแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานของโลก ความพร้อมของโครงข่ายคมนาคมทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา ทั้งภายในประเทศ และระหว่างภูมิภาค ศักยภาพของอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศคู่ค้า ความพร้อมของแหล่งเงินจากการประมาณการฐานะการเงินและการคลังของประเทศ
- ประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ และผลกระทบในมิติต่าง ๆ โดยพิจารณาความเหมาะสมของสมมติฐานที่สำคัญที่ใช้ในการศึกษาความเหมาะสมทางการเงิน เศรษฐกิจ และการให้เอกชนร่วมลงทุน รวมถึงรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
- รูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม
- กำหนดแนวทางการจัดให้มีการรับฟัง และรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยมีแนวทาง กลยุทธ์ และแผนการสื่อสารรวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลโครงการตามหลักความโปร่งใส พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน ชุมชนในพื้นที่ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเพียงพอ
พร้อมส่งเสริม และดำเนินการให้เกิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชน โดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่อย่างทั่วถึง และเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแต่งตังคณะอนุกรรมการฯ จำนวน 3 คณะ ได้แก่
- คณะอนุกรรมการ พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ เป็นประธานอนุกรรมการ
- คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานอนุกรรมการ
- คณะอนุกรรมการพิจารณาและขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานอนุกรรมการ
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของการประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนา และผลกระทบในมิติต่าง ๆ รวมถึงการรับฟัง และรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยให้คณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 3 คณะ รายงานผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน มิ.ย.69
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





