ผู้นำไต้หวันจี้สหรัฐฯ เดินหน้าขายอาวุธ หวั่นทรัมป์เปลี่ยนนโยบายหลังเยือนจีน

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เรียกร้องสหรัฐฯ ขายอาวุธให้ไต้หวันต่อไป ชี้ยุทโธปกรณ์เหล่านี้จำเป็นต่อการปกป้องสันติภาพในภูมิภาค พร้อมทั้งวิจารณ์การเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทหารของจีนที่มีเป้าหมายเพื่อผนวกเกาะไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตน

ผู้นำไต้หวันโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อคืนวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่า “ด้วยเหตุที่จีนยังคงปฏิเสธที่จะละทิ้งการใช้กำลังทหารในการผนวกไต้หวัน ทั้งยังขยายอำนาจทางการทหาร และพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม (status quo) ระหว่างจีนกับไต้หวัน ดังนั้น การที่สหรัฐฯ เดินหน้าขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน และการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น”

ท่าทีของปธน.ไล่มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.) หลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับปธน.สี จิ้นผิง ของจีน ว่า เขากำลังพิจารณาว่าจะอนุมัติข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวันหรือไม่ และการตัดสินใจดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับจีน

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมกำลังระงับเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว และมันขึ้นอยู่กับจีน” พร้อมกล่าวต่อไปว่า “ว่ากันตามตรง มันเป็นแต้มต่อรองที่ดีมากสำหรับเรา มันเป็นอาวุธจำนวนมหาศาล”

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ยังประกาศด้วยว่าเขา “ไม่ได้ต้องการให้ใครมาพูดว่า ‘มาประกาศเอกราชกันเถอะ'” ซึ่งน่าจะหมายถึงปธน.ไล่ ผู้ซึ่งรัฐบาลจีนเรียกว่า “ผู้แบ่งแยกดินแดน”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)