วุฒิสภาสหรัฐฯ ดันญัตติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงครามอิหร่าน

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเดินหน้าญัตติจำกัดอำนาจในการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ผลการลงมติในขั้นตอนเบื้องต้น (procedural vote) อยู่ที่ 50 ต่อ 47 เสียง โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คนลงคะแนนร่วมกับสมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทั้งหมด ขณะที่สมาชิกรีพับลิกันอีก 3 คนไม่ได้เข้าร่วมการลงมติ

ผลการลงมติดังกล่าวสะท้อนความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องการยืนยันว่า อำนาจในการส่งกองกำลังเข้าสู่สงครามเป็นอำนาจของสภาคองเกรสตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตาม ญัตติดังกล่าวยังต้องผ่านการลงมติในวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ รวมถึงการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก อีกทั้งยังมีแนวโน้มเผชิญการยับยั้ง (veto) จากทรัมป์ ทำให้ต้องใช้เสียงสนับสนุนไม่ต่ำกว่าสองในสามของทั้งสองสภาเพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้

ทิม เคน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐเวอร์จิเนีย ผู้เสนอญัตติดังกล่าว กล่าวว่า ช่วงเวลาหยุดยิงถือเป็นโอกาสเหมาะสมที่ทรัมป์ควรชี้แจงเหตุผลต่อสภาคองเกรส หลังทรัมป์เปิดเผยว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

เคนกล่าวระหว่างการอภิปรายก่อนลงมติว่า นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการหารือ ก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้นอีกครั้ง ประธานาธิบดีได้รับข้อเสนอด้านสันติภาพและการทูตจากอิหร่าน แต่กลับไม่มีการนำรายละเอียดมาแจ้งต่อสภา

การลงมติครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองของวุฒิสภา นับตั้งแต่ครบกำหนด 60 วันเมื่อวันที่ 1 พ.ค. หลังทรัมป์แจ้งต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเริ่มต้นความขัดแย้ง

ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายอำนาจสงครามของสหรัฐฯ ปี 2516 ซึ่งประกาศใช้หลังสงครามเวียดนาม ประธานาธิบดีสามารถดำเนินปฏิบัติการทางทหารได้ไม่เกิน 60 วัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส หรือขอขยายเวลาเพิ่มเติมอีก 30 วันด้วยเหตุจำเป็นทางทหารที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อความปลอดภัยของกองกำลังสหรัฐฯ ระหว่างการถอนกำลัง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)