“ชาญชัย” ส่งคำชี้แจงคดีบาร์โค้ดถึงศาลรธน. ชี้ กกต.คุมกฎ แต่กลับทำเลือกตั้งไม่น่าเชื่อถือ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตผู้สมัคร สส.นครนายก นำคำชี้แจงในฐานะพยานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มี QR code และ barcode ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ

นายชาญชัย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ขอให้ชี้แจงใน 5 ประเด็น เช่น เมื่อพบเห็นการใช้บาร์โค้ดในวันเลือกตั้งแล้วทำอย่างไร การพิสูจน์ว่าการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่ลับอย่างไร โดยให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งตนได้ทำคำชี้แจงและมายื่นต่อศาลฯ โดยประเด็นพบเห็นการทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พบตั้งแต่วันเลือกตั้ง และผิดสังเกตตั้งแต่วันนั้น

ทั้งนี้ ตนได้ตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งบัตรเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกครั้ง ไม่เคยมีบาร์โค้ด และที่น่าสนใจ คือประเด็นที่ กกต.ชี้แจงต่อผู้ตรวจการแผ่นดินโดยยอมรับว่า บัตรเลือกตั้งสามารถสแกนถึงต้นตอของผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งก็เป็นข้อความที่ยืนยันเป็นข้อยุติว่า บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับแต่อย่างใด

“ประเด็นทั้งหมด ศาลจะได้มีการพิจารณา และหลังจากนี้ ก็จะนำคำชี้แจงดังกล่าว ไปส่งให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย ในฐานะผู้ร้อง” นายชาญชัย ระบุ

นอกจากนี้ นายชาญชัย ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เรียกนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และคณะมาพิสูจน์ต่อศาลในเชิงประจักษ์ ว่าบัตรเลือกตั้งหากสแกนแล้ว สามารถสืบไปถึงต้นตอผู้ลงคะแนนได้

ยังมีอีกประเด็นที่ได้จากการชี้แจงของ กกต.ที่ยื่นให้กับผู้ตรวจการแผ่นดิน คือ เรื่องการทำ TOR จัดซื้อจัดจ้างในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งระบุว่าห้ามไม่ให้ผู้รับจ้างทำบัตรที่สามารถสแกนได้ และถ่ายเอกสารได้ ซึ่งเท่ากับว่า กกต.ทำผิดวิธีจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นตนจึงเขียนให้ศาลพิจารณาด้วย เพราะเป็นเรื่องการทำหน้าที่ของ กกต.ที่ผิดพลาด โดยขอให้ศาลเรียก TOR และเอกสาร 20 รายการมาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อศาลจะได้เห็นว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมเพราะอะไร

“ตามเงื่อนไข TOR ระบุห้ามจัดทำบัตรเลือกตั้งที่สามารถสแกนได้ แต่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา กลับมีการสแกนบัตร แล้วทราบถึงผู้ลงคะแนน จึงตรงกันข้ามกับ TOR ฉะนั้นคนที่รับบัตรแล้วนำมาให้ประชาชนทั้งประเทศได้ลงคะแนน จึงเป็นบัตรที่ผิด TOR ผิดเงื่อนไขการจ้าง และเป็นความผิดพลาดของ กกต. และบัตรนี้เป็นหลักฐานที่สามารถสืบค้นไปได้ ว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน” นายชาญชัย กล่าว

พร้อมเชื่อว่า ศาลต้องการข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และมั่นใจว่าศาลจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง มีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ถ้าการเลือกตั้งไม่สุจริตยุติธรรม และไม่เป็นความลับ ระบบการเลือกตั้งจะกลายเป็นระบบที่ทำลายประชาธิปไตย และผู้ที่ทำลายระบบการเลือกตั้ง คือ ผู้ที่ควบคุมการเลือกตั้งเอง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)

ข่าวล่าสุด