ตลาดหุ้นยุโรปปิดสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน รับความหวังสันติภาพตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนในวันจันทร์ (25 พ.ค.) โดยฟื้นตัวกลับมาลบล้างการปรับตัวลงทั้งหมดนับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังนักลงทุนคาดหวังมากขึ้นต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงแรงหนุนจากความคึกคักของหุ้นกลุ่ม AI

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 631.63 จุด เพิ่มขึ้น 6.51 จุด หรือ +1.04%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,258.26 จุด เพิ่มขึ้น 142.51 จุด หรือ +1.76% และ
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,389.10 จุด เพิ่มขึ้น 500.54 จุด หรือ +2.01%
  • ส่วนตลาดหุ้นอังกฤษปิดทำการ เนื่องในวันหยุดธนาคารในฤดูใบไม้ผลิ

 

ดัชนี STOXX 600 อยู่ห่างจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนก.พ. เพียงไม่ถึง 1%

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยพุ่ง 2% ขณะที่หุ้นสายการบินปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลง 5% มาอยู่ที่ราว 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยหุ้น Lufthansa และหุ้น Air France KLM ปรับตัวขึ้น 3.4% และ 6.2% ตามลำดับ

หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มโทรคมนาคมปรับตัวลงราว 0.1% เท่ากัน

นักลงทุนได้รับแรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า กรอบข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งนั้นมีความคืบหน้าไปมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านอยู่ระหว่างหารือกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์เกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น

นักวิเคราะห์ของ Capital Economics ระบุในบันทึกว่า ตลาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ หากข่าวดีดังกล่าวได้รับการยืนยัน แต่ยังมีปัจจัยบางอย่างที่อาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของตลาด

นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาพลังงานจะยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติในทันที และธนาคารกลางของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงมีความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แม้เกิดความขัดแย้งขึ้น ทำให้โอกาสที่ตลาดจะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากมีข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้นนั้น จะเป็นไปอย่างจำกัด

นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของประเทศเศรษฐกิจหลักในยูโรโซนสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินผลกระทบของสงครามอิหร่าน โดยข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้

ดัชนี STOXX 600 ยังปรับตัวตามหลังตลาดหุ้นเอเชียและสหรัฐฯ ซึ่งต่างพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ไปแล้ว เนื่องจากตลาดยุโรปมีสัดส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ขนาดใหญ่น้อยกว่า และยังเผชิญความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียุโรปเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในบรรดาหุ้น STOXX 600 ในไตรมาสนี้ และพุ่งขึ้นแล้วกว่า 25%

หุ้น ASML ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ปรับตัวขึ้น 1.5% ในวันจันทร์ ขณะที่หุ้น Schneider Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้าน AI ปรับตัวขึ้น 3.1%

ด้านหุ้น Delivery Hero พุ่งขึ้นเกือบ 12% แตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน หลังมีรายงานว่า Uber กำลังพิจารณาปรับเพิ่มข้อเสนอเข้าซื้อกิจการบริษัทส่งอาหารสัญชาติเยอรมนีแห่งนี้

ก่อนหน้านี้ Delivery Hero ได้ปฏิเสธข้อเสนอของ Uber ที่ประเมินมูลค่าบริษัทไว้มากกว่า 1.15 หมื่นล้านยูโร หรือราว 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น หลังรัสเซียโจมตีกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มกลาโหมปรับตัวขึ้น 2%

ปริมาณการซื้อขายในตลาดค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรปิดทำการเนื่องในวันหยุด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)